หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,033
ตอนที่ 1,033 : ความผิดปกติ
ตอนที่ 1033
ปลายเท้าของเซินลั่วพลันเรืองรองเป็น(@NameIsNovel)แสงจันทราเจิดจ้าทีละสาย สว่า(@NameIsNovel)งไสวขึ้นเรื่อยๆ ปลายเท้าสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ขณะที่(@NameIsNovel)ลวดลายเงาจันทร์อันแปลกตาพลันก่อตัวขึ้นภายในเส้นลมปราณเท้า กายพลันเบาหวิวไร้น้ำหนัก ก่อเกิดการเชื่อมโยงอันน่าอัศจรรย์กับพลังปราณฟ้าดินโดยรอบ เพียงขยับเคลื่อนกายเล็กน้อย ก็สามารถย่างก้าวได้(@NameIsNovel)ไกลลิบตา
ลวดลายเงาจันทร์เหล่านั้นคืออักขระจันทรา อันเป็น(@NameIsNovel)สัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์อย่างแท้จริงของวิชาเยื้องย่างจันทรา!
ส่วนในเพลงกระบองพิรุณโกลาหล ความเข้าใจก็พลันลึกซึ้งขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาพนิมิตแห่งการบรรเลงเคล็ดกระบองผุดขึ้นในห้วงสำนึก เผยความลับของวิชาทุกประการ
จากนั้นภาพนิมิตเหล่านั้นก็เริ่มหลอมรวมกัน เพลงกระบองพิรุณโกลาหลที่(@NameIsNovel)เคยยากและ(@NameIsNovel)ลึกซึ้งยิ่ง ก็พลันง่ายดายขึ้น ในชั่วอึดใจ เคล็ดกระบองในห้วงสำนึกก็ลดทอนลง
เหลือเพียงกระบวนท่าพื้นฐาน ทั้งแทง ยก ปัด และ(@NameIsNovel)ฟาด ทว่า(@NameIsNovel)อานุภาพกลับยิ่งใหญ่เกรียงไกรกว่า(@NameIsNovel)เก่าก่อน
ทว่า(@NameIsNovel)สิ่งที่(@NameIsNovel)เซินลั่วซึมซับเข้าใจได้(@NameIsNovel)ลึกซึ้งที่(@NameIsNovel)สุดในครานี้ ยังคงเป็น(@NameIsNovel)เคล็ดวิชาหวงถิง การเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบของวิชานี้พลันไหลผ่านดวงจิต ชัดเจนยิ่งกว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)เคยเป็น(@NameIsNovel)มา
แสงสีทองเจิดจ้าเรืองรองขึ้นทั่วร่าง กะพริบระยับอย่างรวดเร็ว ดูดซับพลังปราณฟ้าดินที่(@NameIsNovel)หลงเหลือภายในแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำ เพื่อขับเคลื่อนระดับบำเพ็ญให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
แต่เดิม พลังปราณฟ้าดินภายในแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำก็มี(@NameIsNovel)อยู่ไม่มากนัก ครั้นไม่อาจดึงพลังจากภายนอกมาเติมเต็มได้(@NameIsNovel) พลังปราณเหล่านั้นจึงเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว
ชายชราผมขาวขมวดคิ้วมองภาพเบื้องหน้า ก่อนจะกวักมือเรียก พลองเหล็กสะกดสมุทรที่(@NameIsNovel)เซินลั่วเคยวางไว้บนพื้น ก็พลันลอยมาสู่มือของเขา(@NameIsNovel)ในทันใด
“เคร้ง...”
พลันมี(@NameIsNovel)กระแสแสงสีทองปะทุออกจากพลองเหล็กสะกดสมุทร แสงเจิดจ้านั้นร้อนแรงดุจสุริยันบนฟากฟ้า จนแสบตาไม่อาจเพ่งมองตรงได้(@NameIsNovel)
สว่า(@NameIsNovel)งไสวกว่า(@NameIsNovel)ยามอยู่ในมือเซินลั่วถึงสิบเท่า พลองเปล่งเสียงคำรามกึกก้องดุจมังกร ผงาดขึ้นสู่เก้าสวรรค์อย่างองอาจ
ชายชราผมขาวสะบัดแขน ฟาดพลองเหล็กสะกดสมุทรในมือขึ้นเบื้องบน โดยปราศจากกระบวนท่าพิสดารซับซ้อนใด ดูราวกับเป็น(@NameIsNovel)เพียงการฟันที่(@NameIsNovel)ธรรมดาสามัญ
ทว่า(@NameIsNovel)ขณะที่(@NameIsNovel)พลองยาวถูกฟาดออกไป ร่างของเขา(@NameIsNovel)กลับพร่าเลือนชั่วขณะ พลองเหล็กสะกดสมุทรในมือก็พลันเลือนรางตามไป พลันมี(@NameIsNovel)เงาพลองนับสิบปรากฏขึ้นโดยรอบอย่างเลือนราง
ในชั่วพริบตา เงาพลองทั้งหมดก็รวมกลับเข้าเป็น(@NameIsNovel)พลองเหล็กสะกดสมุทรหนึ่งเดียว และ(@NameIsNovel)พลองกว่า(@NameIsNovel)ครึ่ง ก็พุ่งทะลวงเข้าสู่สุญญตาอย่างรวดเร็ว
ภายนอกแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำ พลันมี(@NameIsNovel)ลำแสงสีทองพุ่งวาบขึ้นจากค่ายกลสิบสองนครสวรรค์พิฆาตเทพ พร้อมกับเงาพลองยักษ์สีทองขนาดมหึมาเท่าภูเขา(@NameIsNovel)
ปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ พุ่งเข้าจู่โจมกระบวนค่ายกลอย่างดุเดือด เสียงกึกก้องกัมปนาทสนั่น ค่ายกลสิบสองนครสวรรค์พิฆาตเทพถูกเงาพลองยักษ์สีทองแทงทะลุอย่างรุนแรง ก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel)รูโหว่มหึมา
พลังวิญญาณจากแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำพลันพวยพุ่งอย่างบ้าคลั่ง ภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)ลำน้ำภายในพลันหมุนวน ก่อเกิดแรงดูดมหาศาล
พลังปราณจากภายนอกหลั่งไหลเข้ามา เทกระหน่ำเข้าสู่แผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำ ราวกับ มหานทีแห่งดาราแตกสลาย ผ่านรูโหว่ที่(@NameIsNovel)เงาพลองเปิดออก พลังปราณฟ้าดินทั้งหมดที่(@NameIsNovel)หลั่งเข้าสู่แผนที่(@NameIsNovel) ถูกเซินลั่วดูดซับเข้าสู่ร่างในทันที
ร่างของเซินลั่วดูดซับพลังปราณอย่างตะกละตะกลาม และ(@NameIsNovel)ระดับบำเพ็ญก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว บรรลุระดับไท่อี่ขั้นปลายในชั่วไม่กี่ลมหายใจ แล้วทะลวงเข้าสู่ระดับไท่อี่ขั้นสูงสุดในชั่วพริบตา
ภายนอก จ้าวอสูรหวางและ(@NameIsNovel)เหล่าพรรคพวกเฝ้ามองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึงและ(@NameIsNovel)กราดเกรี้ยว พยายามควบคุมค่ายกลสิบสองนครสวรรค์พิฆาตเทพอย่างเต็มกำลัง
เพื่อโจมตีเงาพลองยักษ์สีทองและ(@NameIsNovel)ปิดรูโหว่ ทว่า(@NameIsNovel)กลับไร้ผลสิ้นเชิง เงาพลองยักษ์สีทองนั้นแฝงด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่(@NameIsNovel)ครอบงำฟ้าดิน ทำให้ค่ายกลสิบสองนครสวรรค์พิฆาตเทพไม่อาจต้านทานได้(@NameIsNovel)เลย
ภายในแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำ เมื่อภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)ลำน้ำภายในหมุนวน พลังที่(@NameIsNovel)แผ่ออกมาก็ยิ่งมหาศาลเกรียงไกรขึ้นไปอีก
เกือบจะทำให้พลังปราณฟ้าดินในรัศมี(@NameIsNovel)ร้อยลี้เหือดหายไปสิ้น ความปั่นป่วนเช่นนี้ยังถูกรับรู้โดยหยางเจี้ยน ผู้นำอัสนีเก้าสวรรค์ ผู่ฮว่า(@NameIsNovel)เทียนจุน หลี่นาจา ราชาอสูรวัวกระทิงผู้ยิ่งใหญ่ และ(@NameIsNovel)เหล่าผู้บำเพ็ญท่านอื่นที่(@NameIsNovel)อยู่นอกนครฉางอัน ทุกผู้คนล้วนแสดงสีหน้าแตกต่างกันไป
การต่อสู้ภายนอกได้(@NameIsNovel)เปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวงจากช่วงแรกเริ่ม กองทัพทั้งสามฝ่ายได้(@NameIsNovel)รับความเสียหายเกินครึ่ง ภารกิจของพวกเขา(@NameIsNovel)คือดึงความสนใจของเผ่าปีศาจ
เพื่อสร้างเงื่อนไขให้เซินลั่วและ(@NameIsNovel)พรรคพวกแทรกซึมได้(@NameIsNovel)สำเร็จ บัดนี้ ทุกผู้คนได้(@NameIsNovel)รวมกำลัง ณ จุดเดียว เผชิญหน้ากับเหล่าปีศาจด้วยกระบวนทัพ เผ่าปีศาจก็ได้(@NameIsNovel)รับความเสียหายไม่น้อย
ทว่า(@NameIsNovel)พละกำลังยังคงแข็งแกร่งกว่า(@NameIsNovel)หยางเจี้ยนและ(@NameIsNovel)พรรคพวกของเขา(@NameIsNovel)มากนัก ทว่า(@NameIsNovel)หยางเจี้ยนและ(@NameIsNovel)พันธมิตรก็ยังสามารถตั้งรับได้(@NameIsNovel)อย่างหวุดหวิด ด้วยกระบวนทัพอันเชี่ยวชาญของพวกเขา(@NameIsNovel)
“พลังปราณฟ้าดินถูกระบายออกไปในวงกว้างเช่นนี้ ย่อมต้องมี(@NameIsNovel)เรื่องใหญ่เกิดขึ้นภายในเป็น(@NameIsNovel)แน่ ข้าจะมอบหมายสถานการณ์ภายนอกให้ผู่ฮว่า(@NameIsNovel)เทียนจุนและ(@NameIsNovel)หลี่นาจาดูแลรักษา
ส่วนข้าจะเข้าไปตรวจสอบพร้อมกับมหาปราชญ์ปิงเทียน ท่านว่า(@NameIsNovel)อย่างไร?” หยางเจี้ยนส่งกระแสจิตสื่อสารกับหลี่นาจาและ(@NameIsNovel)ผู่ฮว่า(@NameIsNovel)เทียนจุนเพื่อหารือ
“ไม่! พี่รอง ให้ข้าเข้าไปกับท่านเถิด ส่วนภายนอก ให้มหาปราชญ์ปิงเทียนและ(@NameIsNovel)ผู่ฮว่า(@NameIsNovel)เทียนจุนดูแลรักษา” หลี่นาจามักกระตือรือร้นในการต่อสู้มาโดยตลอด เมื่อการศึกภายนอกเริ่มสงบลง จึงปรารถนาจะพบกับเหล่าจ้าวอสูรภายในนครฉางอันเป็น(@NameIsNovel)อย่างยิ่ง
“หลี่นาจา อย่าได้(@NameIsNovel)มัวเล่นเสียเวลาเลย น้ำเต้าโปรยวิญญาณเก้าสิบเก้าของเซียนมังกรเหลืองนั้น สามารถสลายดวงวิญญาณได้(@NameIsNovel) อีกทั้งยังมี(@NameIsNovel)พลังมหาศาล
มี(@NameIsNovel)เพียงกายาบัวของเจ้าที่(@NameIsNovel)ไร้ซึ่งดวงวิญญาณเท่านั้น ที่(@NameIsNovel)สามารถต้านทานพลังนั้นได้(@NameIsNovel) ให้มหาปราชญ์ปิงเทียนกับเอ้อร์หลางเจินจวินเข้าไป จะเหมาะสมกว่า(@NameIsNovel)” ผู่ฮว่า(@NameIsNovel)เทียนจุนกล่าว
หลี่นาจาเหลือบมองผู่ฮว่า(@NameIsNovel)เทียนจุน รู้ว่า(@NameIsNovel)สิ่งที่(@NameIsNovel)ผู่ฮว่า(@NameIsNovel)เทียนจุนกล่าวนั้นเป็น(@NameIsNovel)ความจริง จึงพยักหน้ายอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก
“ไปเถิด!”
หยางเจี้ยนพลันเปล่งแสงสีทองจากปลายเท้า ใช้พลังเทวะแสงทองทะลวงปฐพีห่อหุ้มตนและ(@NameIsNovel)ราชาอสูรวัวกระทิงผู้ยิ่งใหญ่ แล้วหายลับไปในพริบตา
ณ กองทัพเผ่าปีศาจที่(@NameIsNovel)อยู่เบื้องหน้า เซียนมังกรเหลืองและ(@NameIsNovel)แมลงเก้าเศียรก็สังเกตเห็นความผิดปกติของพลังปราณฟ้าดินเช่นกัน
ทว่า(@NameIsNovel)ก็มิได้(@NameIsNovel)ให้ความสนใจมากนัก สิบสองขุนพลปีศาจส่วนใหญ่อยู่ภายในนคร อีกทั้งยังมี(@NameIsNovel)ค่ายกลเทพมารทั่วหล้าตั้งอยู่ และ(@NameIsNovel)ฉือโย่วก็กำลังจะตื่นขึ้น ต่อให้มี(@NameIsNovel)ผู้ใดแทรกซึมเข้าไป ก็ไม่ต่างอะไรกับการนำชีวิตไปทิ้งเปล่า
ภายในนครฉางอัน เจิ้นหยวนจื่อและ(@NameIsNovel)ขงเซวียนสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงความปั่นป่วนของพลังปราณฟ้าดินจากระยะที่(@NameIsNovel)ใกล้กว่า(@NameIsNovel)มากยิ่งนัก
“หรือว่า(@NameIsNovel)นี่คือ...” ทั้งสองต่างแสดงสีหน้าตกตะลึง มองเห็นชัดเจนกว่า(@NameIsNovel)หยางเจี้ยนและ(@NameIsNovel)ผู้ร่วมรบคนอื่น
ภายในแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำ เซินลั่วถูกปกคลุมด้วยแสงสีทองราวของเหลว จนบดบังใบหน้าของเขา(@NameIsNovel) แสงสีทองที่(@NameIsNovel)กะพริบแผ่ปราณอันยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ ทะลวงผ่านขอบเขตไท่อี่
ชายชราผมขาวเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของเซินลั่วด้วยรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้า ยังคงวางฝ่ามือบนศีรษะของเขา(@NameIsNovel) ถ่ายทอดรอยประทับจิตเต๋าของปรมาจารย์โพธิญาณเข้าสู่ร่างของเซินลั่ว
“ภาพเช่นนี้... หรือว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วกำลังจะทะลวงสู่ขอบเขตเทียนจุน? ไม่! ต้องไม่ปล่อยให้สำเร็จ!”
ภายในค่ายกลเทพมารทั่วหล้า อสูรวายุปกตะลึงและ(@NameIsNovel)กราดเกรี้ยว พร้อมกับแววตาแห่งความเด็ดเดี่ยวที่(@NameIsNovel)วูบวาบขึ้น พลางยกมือขึ้นกวักเรียก พลันมี(@NameIsNovel)ลำแสงโลหิตพุ่งออกมาจากร่าง เผยให้เห็นธงผืนใหญ่สีแดงฉานอันเป็น(@NameIsNovel)ธงฉือโย่วที่(@NameIsNovel)เคยถูกใช้ในยมโลกมาก่อน
เมื่อเขา(@NameIsNovel)ตวัดมืออย่างรวดเร็ว แสงโลหิตจากธงฉือโย่วก็กระพริบไหวอย่างบ้าคลั่ง จากนั้น เสียง ‘พุ่บ’ ก็ดังขึ้น ธงผืนนั้นพลันระเบิดตัวเอง กลายเป็น(@NameIsNovel)กลุ่มเมฆโลหิตหนาทึบ
รวมเข้ากับธงผืนใหญ่สีดำแดงที่(@NameIsNovel)ลอยอยู่เบื้องบน เมฆโลหิตหนาทึบนี้คือแก่นแท้ของธงฉือโย่ว ซึ่งมี(@NameIsNovel)ต้นกำเนิดเดียวกันกับค่ายกลสิบสองนครสวรรค์พิฆาตเทพ แสงบนธงผืนใหญ่สีดำแดงขยายใหญ่ขึ้น และ(@NameIsNovel)พลันมี(@NameIsNovel)กระแสโลหิตหนาทึบพุ่งออกมาจากภายใน กลายเป็น(@NameIsNovel)กรงเล็บยักษ์สีแดงฉาน
เหล่าจ้าวอสูรท่านอื่นก็มี(@NameIsNovel)ความคิดเช่นเดียวกับอสูรวายุ ทุกผู้คนไม่คิดเสียดายสิ่งใด เพื่อเพิ่มพลังให้แก่ค่ายกลสิบสองนครสวรรค์พิฆาตเทพ
เพลิงอสูรภายในค่ายกลพลันแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า รวมเข้ากับกรงเล็บยักษ์สีแดงฉาน ในชั่วพริบตา ก็ควบแน่นกลายเป็น(@NameIsNovel)กรงเล็บอสูรเพลิงยาวนับร้อยฉื่อ
กรงเล็บอสูรลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงโลกันตร์ กรงเล็บสีดำปกคลุมด้วยเกล็ดสีแดงฉานและ(@NameIsNovel)ลวดลายอสูร แผ่ความคมกริบที่(@NameIsNovel)สามารถฉีกกระชากสุญญตาจนขาดสะบั้น
กรงเล็บยักษ์เพลิงทมิฬพลันพุ่งออกไปในทันที เคลื่อนที่(@NameIsNovel)ไปหลายสิบฉื่อในชั่วพริบตา และ(@NameIsNovel)งับเข้าใส่เงาพลองยักษ์สีทองอย่างดุร้าย เสียง “แครก” ดังสนั่น! เงาพลองยักษ์ถูกบดขยี้อย่างรุนแรง กลายเป็น(@NameIsNovel)ประกายระยิบระยับล่องลอยนับไม่ถ้วน
ความยินดีปรากฏบนใบหน้าของอสูรวายุและ(@NameIsNovel)เหล่าจ้าวอสูรท่านอื่น พวกเขา(@NameIsNovel)รีบเร่งกระตุ้นค่ายกลเทพมารทั่วหล้าให้ทำงานเต็มที่(@NameIsNovel) เพลิงอสูรและ(@NameIsNovel)เมฆทมิฬโดยรอบพลันพุ่งเข้าหากัน พยายามปิดผนึกรูโหว่นั้นโดยเร็วพลัน
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องดุจอสุนีบาตที่(@NameIsNovel)กลิ้งเกลือก ก็ดังขึ้นในสุญญตาเหนือมหานครฉางอัน เมฆทมิฬหนาทึบพลันกระจัดกระจาย
เผยให้เห็นท้องฟ้าสีครามสดใสเบื้องบน สุริยันบนฟากฟ้าพลันขยายใหญ่ขึ้นกว่า(@NameIsNovel)สิบเท่า ราวกับกำลังพุ่งเข้าใกล้ผืนดิน ท้องฟ้าสีครามถูกย้อมเป็น(@NameIsNovel)สีทองในชั่วพริบตา และ(@NameIsNovel)ผืนดินของนครฉางอันก็อาบไล้ด้วยแสงสีทองเช่นกัน
จากนั้น เสียงคำรามกึกก้องสะท้านปฐพีก็ปะทุขึ้นอีกครา ขณะเดียวกัน กระแสแสงเรืองรองราวเปลวเพลิงก็หลั่งลงมาจากสุริยันที่(@NameIsNovel)ขยายใหญ่ขึ้น ก่อตัวเป็น(@NameIsNovel)ธารน้ำเชี่ยวขนาดมหึมา ไหลบ่าลงสู่รูโหว่มหึมานั้น
เมื่อเมฆปีศาจภายในค่ายกลสัมผัสกับสายฝนแสงเพลิงนี้ ก็พลันสลายหายไปในทันที ไม่เพียงแต่ไม่อาจปิดผนึกรูโหว่นั้นได้(@NameIsNovel) กลับถูกบังคับให้ถอยร่น และ(@NameIsNovel)รูโหว่ก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
อีกฟากหนึ่งของท้องนภา ภายใต้แสงสุริยัน จันทราซึ่งมิเคยปรากฏในยามกลางวัน ก็พลันปรากฏขึ้น ขยายใหญ่และ(@NameIsNovel)สว่า(@NameIsNovel)งไสวอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับสุริยันเบื้องบน ลำแสงจันทรานับไม่ถ้วนก็หลั่งรินลงมา ก่อเกิดกระแสแสงสีขาวอันยิ่งใหญ่อีกสายหนึ่ง ไหลบ่าเข้าสู่แผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำเช่นกัน
---------------