หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,040
ตอนที่ 1,040 : พระธาตุพุทธรังสี
ตอนที่ 1040
หยางเจี้ยนหน้าซีดเผือด เขา(@NameIsNovel)รีบหันกลับไปมอง ก็พบฉือโย่วซึ่งร่างถูกแยกเป็น(@NameIsNovel)สองซีก บัดนี้ร่างนั้นถูกห่อหุ้มด้วยปราณอสูรพลุ่งพล่าน อักขระปีศาจสีดำบนกายส่องประกายสีทอง
เนื้อและ(@NameIsNovel)โลหิตระหว่า(@NameIsNovel)งสองซีกร่างพลันเชื่อมต่อกันดุจใยแมงมุม บิดตัวเร่งรัดกลับคืนสภาพ ไม่นานร่างของฉือโย่วก็กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม
หยางเจี้ยนตกอยู่ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง ช่องว่า(@NameIsNovel)งระหว่า(@NameIsNovel)งตนกับเทพสงครามโบราณผู้ไม่ตายผู้นี้กว้างใหญ่เกินไป ยากจะก้าวข้าม
ฉือโย่วหาได้(@NameIsNovel)หวั่นไหวไม่ เขา(@NameIsNovel)ผ่านศึกมามากมาย พบศัตรูร้ายกาจนับไม่ถ้วน ไม่ว่า(@NameIsNovel)ผู้ที่(@NameIsNovel)เคยพ่ายแพ้ หรือผู้ที่(@NameIsNovel)เคยปราชัยแก่ตน ล้วนกลายเป็น(@NameIsNovel)อดีตไปแล้วสิ้น
“เจ้าเองก็จะต้องกลายเป็น(@NameIsNovel)ธุลีใต้กงล้อแห่งประวัติศาสตร์ในท้ายที่(@NameIsNovel)สุด…”
เมื่อกล่าวจบ ฉือโย่วชูขวานรบผานกู่ขึ้น ฟาดฟันเข้าใส่หยางเจี้ยนและ(@NameIsNovel)เซินลั่ว ราวกับไร้ผู้ใดในหล้าจะหยุดยั้งเขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)อีกแล้วในยามนี้
“อมิตาพุทธ…”
ทันใดนั้น เสียงสวดพุทธนามพลันดังขึ้น ราวกับอยู่ข้างกาย แต่ก็ราวกับมาจากสุดขอบฟ้า เมื่อสดับพุทธมนต์ มือของฉือโย่วที่(@NameIsNovel)กำลังเหวี่ยงขวานยักษ์พลันชะงักกลางอากาศโดยมิได้(@NameIsNovel)ตั้งใจ ดวงตาจับจ้องไปยังเบื้องไกลลิบ
ที่(@NameIsNovel)เชิงเขา(@NameIsNovel)เขียวขจี ใต้ต้นไป๋โบราณใบดกหนา มี(@NameIsNovel)กระท่อมมุงจากอันเรียบง่ายตั้งอยู่ กลุ่มควันจากการหุงหาอาหารลอยขึ้นสู่ฟ้า ขับเน้นบรรยากาศอบอุ่นให้แก่ทิวทัศน์อันงดงามนั้น
พระหนุ่มรูปหนึ่งในจีวรสีขาวนวล มือหนึ่งถือไม้เท้าดีบุกเก้าห่วง อีกมือถือบาตรทองคำสีม่วงก้าวออกมา ใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตา สายตามองตรงไปยังฉือโย่ว
แม้กายห่างกันนับพันลี้ แต่สายตาทั้งคู่ประสานราวกับก้าวข้ามสุญญตาอันไร้สิ้นสุด
“จินฉาน…” ฉือโย่วพลันนึกถึงกลิ่นอายของพระหนุ่มผู้นี้ได้(@NameIsNovel)เลือนราง
“อาตมามี(@NameIsNovel)นามฉายาว่า(@NameIsNovel)เสวียนจ้าง ได้(@NameIsNovel)รอท่านมหาบารมี(@NameIsNovel)มาเนิ่นนานแล้ว” พระหนุ่มยิ้ม ถือไม้เท้าและ(@NameIsNovel)บาตรในมือ ก้าวเดินเพียงครั้ง ครอบคลุมแม่น้ำและ(@NameIsNovel)ขุนเขา(@NameIsNovel)นับร้อยลี้
ในเวลาเดียวกัน จากทางทิศตะวันออกไกล ทิวเขา(@NameIsNovel)กว้างใหญ่รูปลักษณ์คดเคี้ยวพิสดาร คล้ายบุรุษนอนเอกเขนกเท้าแขนอยู่
พลันบังเกิดแสงสีทองระเบิดพลุ่งพล่าน แตกซ่านรุนแรง ตรงกลางซากหินของเทือกเขา(@NameIsNovel) ปรากฏร่างหนึ่งในอาภรณ์สีเหลืองดิน สวมกระโปรงหนังสัตว์ลายพยัคฆ์
ใบหน้ายับย่น ค่อยๆ บิดกายคลายความเกียจคร้าน กลิ้งตัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทะยานขึ้นสู่เวหา พุ่งตรงเข้าสู่หมู่เมฆาเบื้องบน
ดวงตากะพริบซุกซนสองสามครา เขา(@NameIsNovel)พลันสะพายพลองทองคำไว้บนบ่า ก้าวขึ้นเหยียบเมฆา ทะยานสู่จุดเกิดเหตุ ตะโกนเสียงก้องว่า(@NameIsNovel)
“ไอ้หมูโง่เอ๊ย! ยังไม่ตื่นอีกรึ!” เฒ่าชาวนาร่างอ้วนพีผู้หนึ่งกำลังนอนในเปลญวนใต้ร่มเงากระโจมข้างทุ่ง มือหนึ่งถือแตงโมฉ่ำน้ำ อีกมือใช้พัดใบลานปิดบังใบหน้า พลันผุดกายลุกขึ้นนั่งราวกับตื่นจากภวังค์
เฒ่าชาวนาโยนพัดทิ้ง กัดแตงโมไปคำหนึ่งอย่างเลื่อนลอย ก่อนจะโยนมันทิ้งไป
“โอ้ ดูท่าจักถึงเวลาทำงานแล้วกระมัง…”
พึมพำกับตนเองเบาๆ ก่อนจะก้าวออกจากกระโจม แล้วหยิบคราดเหล็กที่(@NameIsNovel)พิงเสาอยู่ ร่างของมันพลันขยายใหญ่ขึ้นอย่างมหึมาในชั่วพริบตา ยิ้มอ้าปากกว้าง เผยเขี้ยวสีขาวโพลนเต็มปาก
“อ้าว…”
เสียงคำรามของมังกรมาจากทิศตะวันตก จากลำธารเล็กที่(@NameIsNovel)ไร้ผู้เหลียวแล พลันปั่นป่วนดุจคลื่นคลั่ง มังกรขาวพลันทะยานสู่เวหา แปลงร่างเป็น(@NameIsNovel)กายมหึมานับพันฉื่อ กายมหึมาห่อหุ้มด้วยเมฆหมอกหนาทึบ พุ่งเข้าใส่ฉือโย่วในทันที
ขณะเดียวกัน จากทางทิศเหนือ ภายในหนองน้ำใหญ่ที่(@NameIsNovel)ปกคลุมด้วยหมอก ผืนน้ำทมิฬเดือดพล่านด้วยพลังคำรามดุดัน เงาร่างหนึ่งผุดขึ้นจากวารี เหยียบย่ำคลื่นโคลนที่(@NameIsNovel)ปั่นป่วน เร่งรุดไปเบื้องหน้าอย่างฉับพลันมิแพ้กัน
ผู้ที่(@NameIsNovel)มาถึงเป็น(@NameIsNovel)คนแรกคือปรมาจารย์ซานจ้าง หรือก็คือเสวียนจ้างนั่นเอง
ในพริบตา เขา(@NameIsNovel)ก็ก้าวไปยืนข้างหยางเจี้ยน ประสานมือและ(@NameIsNovel)โค้งคำนับเล็กน้อย “เทพจินจวิน มิได้(@NameIsNovel)พบพานกันเสียเนิ่นนาน…”
“ปรมาจารย์ซานจ้าง นี่มันเรื่องอันใด…” ในเวลานี้ หยางเจี้ยนมิอาจบรรยายความรู้สึกออกมาได้(@NameIsNovel)
“นี่เป็น(@NameIsNovel)แผนการฉุกเฉินที่(@NameIsNovel)พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์และ(@NameIsNovel)พระพุทธะตถาคตได้(@NameIsNovel)วางไว้ ท่านมหาบารมี(@NameIsNovel)เซินเป็น(@NameIsNovel)อย่างไรบ้าง?” ถังซานจ้างพลันเอ่ยถาม
“เณรน้อยเจียงหลิว ฮ่าๆ… ข้ายังไม่ตาย” เซินลั่วซึ่งพยายามฟื้นฟูพลังตอบ
“ท่านมหาบารมี(@NameIsNovel)เซินมี(@NameIsNovel)สวรรค์คุ้มครอง ได้(@NameIsNovel)รับพรแห่งโชคชะตาอันยิ่งใหญ่” ถังซานจ้างประสานมือกลับ
“เช่นนั้น เรื่องที่(@NameIsNovel)เหลือข้าสามารถฝากให้ท่านจัดการได้(@NameIsNovel)เลยใช่หรือไม่?” เซินลั่วถามด้วยรอยยิ้มจางๆ
“ท่านมหาบารมี(@NameIsNovel)เซินล้อเล่นแล้วกระมัง การจะคลี่คลายสถานการณ์นี้ได้(@NameIsNovel) ยังคงต้องการความช่วยเหลือของท่าน” ถังซานจ้างกล่าว
“ปรมาจารย์ซานจ้าง แล้วพวกข้าควรจะทำเช่นไรต่อไป?” หยางเจี้ยนเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น
ถังซานจ้างกำลังจะเอื้อนเอ่ย แต่ฉือโย่วกลับโถมโจมตีอีกครา เหวี่ยงขวานเข้าใส่พวกเขา(@NameIsNovel)
พลังกดดันมหาศาลจากเบื้องบนเข้าห่อหุ้ม ทำให้สุญญตาพลันสะท้านสะเทือน ถังซานจ้างเพียงชายตาแลครู่หนึ่ง
ก่อนกล่าวต่อไปว่า(@NameIsNovel) “ค่ายกลอู๋จี๋เสวียนหวงที่(@NameIsNovel)เคยผนึกฉือโย่วไว้ บัดนี้ไม่อาจยับยั้งได้(@NameIsNovel)อีกแล้ว การจะผนึกมันอีกครั้ง เราจำต้องใช้พลังแห่งฟ้าดินที่(@NameIsNovel)รวบรวมไว้ผ่านแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำ รวมถึงคัมภีร์สวรรค์
ในกระบวนการนี้ ยังต้องใช้เคล็ดวิชาสามดารากำราบอสูรเพื่อเชื่อมโยงฟ้าดินเข้าด้วยกัน”
เมื่อถังซานจ้างกล่าวจบ ขวานยักษ์ของฉือโย่วก็พุ่งเข้าใกล้เหลือเพียงร้อยฉื่อเท่านั้น
ในชั่วพริบตานั้น เสียงก้องกังวานราวอัสนีพลันดังขึ้นจากผืนพสุธา เสาทองคำต้นหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นจากด้านหลังพวกเขา(@NameIsNovel)
ด้วยเสียง ‘ตึง’ อันหนักหน่วง พุ่งเข้าปะทะกับคมขวาน พยุงเอาไว้ ชั่วขณะหนึ่ง การเหวี่ยงขวานรบอันทรงอานุภาพของฉือโย่วก็ไม่อาจคืบหน้าไปได้(@NameIsNovel)อีก
“ให้เฒ่าซุนอยู่เป็น(@NameIsNovel)เพื่อนสักหน่อยเถอะ” เสียงตะโกนอย่างขี้เล่นดังขึ้น วานรขนทองผู้เปี่ยมด้วยพละกำลัง ทะยานขึ้นตามเสาทองคำไปติดๆ และ(@NameIsNovel)ด้วยศีรษะอันแข็งแกร่ง มันก็พุ่งเข้าปะทะกับคมขวานยักษ์อย่างรุนแรง
“เคร้ง”
เสียงโลหะปะทะโลหะดังสนั่น คมขวานรบผานกู่ที่(@NameIsNovel)แข็งแกร่งราวเสาค้ำฟ้า ถูกซุนหงอคงโหม่งกระเด็นไป
“รับไป คราดของข้า!”
จากนั้นเสียงคำรามดุจสายฟ้าฟาดพลันดังขึ้น แล้วทูตชำระแท่นบูชา จูโป๊ยก่าย ผู้มี(@NameIsNovel)ร่างยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้น มันถือคราดเหล็กที่(@NameIsNovel)ขยายใหญ่ขึ้นอย่างมหึมา ฟาดกระหน่ำลงบนศีรษะของฉือโย่ว
ฉือโย่วหมุนขวานรบ พลิกขวานตอบโต้ขึ้นสู่เบื้องบน คมดาบจันทร์เสี้ยวสีดำที่(@NameIsNovel)ซ่อนอยู่ในขวานของมัน พลันพุ่งเฉียงขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อปะทะกับคราดเหล็ก
คมฟันทั้งเก้าของคราดส่องประกายเย็นเยียบ พุ่งตรงลงมาด้วยความคมกริบอันร้ายกาจ ปะทะเข้ากับคมขวาน เสียงคำรามดุจระเบิดพลันตามมา และ(@NameIsNovel)พลังกังฉีฟ้าสีครามเก้าสายถาโถมลงมา กดทับคมดาบของฉือโย่วจนบิดงอ
“ช่างเป็น(@NameIsNovel)พลังที่(@NameIsNovel)น่าเกรงขามยิ่งนัก” หยางเจี้ยน อดชื่นชมขึ้นมามิได้(@NameIsNovel)เมื่อเห็นเช่นนั้น ในความทรงจำของเขา(@NameIsNovel) จูโป๊ยก่ายมิเคยมี(@NameIsNovel)พลังอันน่าเกรงขามถึงเพียงนี้เลย
“หลายปีมานี้ที่(@NameIsNovel)โป๊ยก่ายได้(@NameIsNovel)ซ่อนตัวอยู่ในแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำ โป๊ยก่ายผู้เกียจคร้านตามปกติจึงได้(@NameIsNovel)บ่มเพาะพลังกังฉีฟ้าจนก้าวหน้ามิใช่น้อย” ถังซานจ้างคาดเดาความคิดของหยางเจี้ยนออก จึงอธิบาย
เมื่อกล่าวเช่นนั้น เขา(@NameIsNovel)ก็หยิบโอสถฟื้นฟูสีทองเม็ดหนึ่งออกมามอบให้แก่เซินลั่ว เขา(@NameIsNovel)รับมา เห็นว่า(@NameIsNovel)โอสถนั้นแม้เปล่งประกายสีทองอร่าม
แต่โดยรวมกลับโปร่งแสงราวกับเครื่องแก้วหลากสีสัน บนผิวโอสถ ยังมองเห็นเงาของแท่นบัวทองและ(@NameIsNovel)ภาพพระพุทธรูปประทับอยู่เลือนราง
“หรือนี่คือ… ‘พระธาตุพุทธรังสี’ กันแน่?” เซินลั่วเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจนัก
---------------