หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,056
ตอนที่ 1,056 : ถูกโจมตี
ตอนที่ 1056
เซินลั่วคลี่ยิ้มบาง เล่าถึงประสบการณ์ที่(@NameIsNovel)พานพบมาในช่วงหลายปีให้แก่พี่น้อง แม้จะมิได้(@NameIsNovel)เล่าทุกสิ่ง แต่ก็ทำให้เซินมู่มู่ฟังอย่างตั้งใจด้วยความสนอกสนใจ ขณะที่(@NameIsNovel)เซินฉือก็รู้สึกราวกับโลกทัศน์ของตนเองได้(@NameIsNovel)เปิดกว้างขึ้น เซินลั่วยังได้(@NameIsNovel)ถ่ายทอดประสบการณ์การบำเพ็ญบางส่วนให้แก่ทั้งสอง ทำให้พวกเขา(@NameIsNovel)เข้าใจกระจ่างแจ้งในหลายสิ่ง
สามพี่น้องสนทนากันถูกคออยู่นาน กระทั่งจันทราลอยเด่นอยู่กลางเวหา บทสนทนาจึงค่อยๆ จบลง
“ศิษย์พี่ใหญ่ วันนี้ขอท่านพักผ่อนที่(@NameIsNovel)เรือนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ข้าจะนำพาสมาชิกตระกูลรุ่นเยาว์คนอื่นๆ มาคารวะท่าน” เซินฉือกล่าว
“มิต้องลำบาก ตลอดหลายปีที่(@NameIsNovel)ผ่านมา ข้าคุ้นชินกับการบำเพ็ญในความวิเวกเสียแล้ว มิสู้สบายใจนักกับสถานที่(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)ผู้คนพลุกพล่าน เรื่องราวของตระกูล ข้าขอฝากเจ้าดูแลด้วยก็แล้วกัน ข้าขอลา” เซินลั่วกล่าว พลางลุกขึ้นยืน
“จะไปแล้วหรือ?” เซินฉือและ(@NameIsNovel)เซินมู่มู่ต่างก็ประหลาดใจ
“ข้าจะไปยังสำนักชุนชิว ซึ่งอยู่ใกล้กับเรือนแห่งนี้มาก หากมี(@NameIsNovel)เรื่องราวใด ก็สามารถมาพบข้าได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)นั่น” เซินลั่วกล่าว
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้น เซินฉือและ(@NameIsNovel)เซินมู่มู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“พวกเจ้ามิต้องออกมาส่ง” เซินลั่วกล่าวทิ้งท้าย ก่อนร่างจะพลันเลือนหายไปจากสายตาในพริบตา
เซินฉือและ(@NameIsNovel)เซินมู่มู่รู้สึกราวกับสูญเสียบางสิ่งไป ต้องใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่กว่า(@NameIsNovel)จะตั้งสติได้(@NameIsNovel) ก่อนจะเริ่มสำรวจศาสตราเวทเก็บของ และ(@NameIsNovel)หารือถึงเรื่องการจัดสรรสิ่งของที่(@NameIsNovel)อยู่ภายใน
ในขณะเดียวกัน เซินลั่วลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าเบื้องสูง มองลงไปยังเมืองชุนฮวาด้านล่างเป็น(@NameIsNovel)ครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันเหทิศทาง เคลื่อนกายเหาะมุ่งหน้าไปยังสำนักชุนชิว
เขา(@NameIsNovel)หาได้(@NameIsNovel)ตั้งใจที่(@NameIsNovel)จะเข้าไปพัวพันกับความรุ่งเรืองของตระกูลเซินให้มากนัก แม้ภัยพิบัติจากปีศาจจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ก็มิอาจรับประกันได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)จะไม่มี(@NameIsNovel)ศัตรูหลงเหลืออยู่ ตระกูลเซินมี(@NameIsNovel)พลังจำกัด หากพัวพันกับเขา(@NameIsNovel)มากเกินไป เกรงว่า(@NameIsNovel)จะนำมาซึ่งหายนะมากกว่า(@NameIsNovel)ผลดี
ระยะทางเพียงไม่กี่ร้อยลี้ มิอาจนับเป็น(@NameIsNovel)อุปสรรคสำหรับเขา(@NameIsNovel)ในยามนี้ ไม่นานนัก สถานที่(@NameIsNovel)ตั้งเดิมของสำนักชุนชิวก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
สำนักชุนชิวยังคงอยู่ในสภาพเสียหายจากการทำลายล้างของปีศาจเมื่อครั้งอดีต อาคารหลายหลังพังทลายลง คงเหลือเพียงไม่กี่หลังที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)รับการซ่อมแซม ทิวทัศน์โดยรอบจึงดูรกร้างว่า(@NameIsNovel)งเปล่า
ภายในสำนักแทบปราศจากความคึกคัก มี(@NameIsNovel)เพียงความเงียบสงัดไร้เสียงใดๆ ผิดแผกจากสำนักที่(@NameIsNovel)เคยพลุกพล่านในอดีตโดยสิ้นเชิง เมื่อเห็นสำนักในอดีตตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เซินลั่วอดมิได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะถอนหายใจออกมาในใจ พลางร่อนร่างลงสู่เบื้องล่าง
เมื่อเท้าแตะพื้นดินภายในสำนัก คิ้วของเขา(@NameIsNovel)ก็พลันขมวดเข้าหากันในทันใด
ประตูของอาคารที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)รับการซ่อมแซมเหล่านั้นถูกเปิดอ้าทิ้งไว้ บานประตูทั้งสองล้มระเนระนาดอยู่บนพื้น ที่(@NameIsNovel)พื้นตรงทางเข้ามี(@NameIsNovel)รอยลึกใหม่เอี่ยมปรากฏอยู่หลายแห่ง ราวกับเพิ่งมี(@NameIsNovel)การต่อสู้เกิดขึ้น
สัมผัสจิตเทวะของเซินลั่วแผ่ขยายออกไปโดยรอบ สีหน้าของเขา(@NameIsNovel)ก็มืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว
ในห้องหนึ่งภายในสำนัก มี(@NameIsNovel)ร่างไร้วิญญาณสองร่างสวมชุดศิษย์สำนักชุนชิว
เขา(@NameIsNovel)ขมวดคิ้วเล็กน้อย แผ่สัมผัสจิตเทวะออกไปอีกครั้ง ไม่นานก็หันสายตาไปยังแนวเทือกเขา(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)อยู่ห่างออกไปนับสิบลี้
ณ ที่(@NameIsNovel)แห่งนั้น พลังปราณแกว่งไกวอย่างรุนแรง บ่งชี้ว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญกำลังเข่นฆ่าประหัตประหารกัน และ(@NameIsNovel)ในหมู่พวกนั้น เขา(@NameIsNovel)ยังจำร่องรอยปราณเต๋าของเคล็ดวิชากระบี่หยางบริสุทธิ์ที่(@NameIsNovel)คุ้นเคยได้(@NameIsNovel)
เซินลั่วไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบรุดเหาะมุ่งหน้าไปยังจุดนั้นทันที
ด้วยระดับการบำเพ็ญในปัจจุบัน เขา(@NameIsNovel)มาถึงสถานที่(@NameIsNovel)ต่อสู้ได้(@NameIsNovel)ในชั่วพริบตา และ(@NameIsNovel)ร่อนร่างลงอย่างเงียบงัน ณ บริเวณนอกหุบเขา(@NameIsNovel)แห่งหนึ่ง
ภายในหุบเขา(@NameIsNovel) ผู้บำเพ็ญสองกลุ่มกำลังประหัตประหารกันอย่างดุเดือด ฝ่ายหนึ่งมี(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญสองรูป สวมชุดนักพรตสีเขียว เป็น(@NameIsNovel)ศิษย์สำนักชุนชิว ทั้งคู่อยู่ในระดับชำระปราณ กำลังต่อสู้ป้องกันตัวอย่างสุดกำลัง
“เอ๊ะ ฉินหมิง!” เซินลั่วมองไปยังผู้อาวุโสผมขาวในชุดสีเขียว ซึ่งกำลังใช้กระบี่ตราประทับไม้ท้อ
รูปลักษณ์ของชายผู้นั้นเปลี่ยนไปมาก ทว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วก็ยังพอจะจำได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ศิษย์สายนอกร่วมสำนักในวัยเยาว์ ที่(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)สนิทสนมกัน เพียงเคยพบหน้ากันเพียงเล็กน้อย
ฉินหมิงถูกห้อมล้อมด้วยแสงสีแดง กำลังบำเพ็ญเคล็ดวิชากระบี่หยางบริสุทธิ์ และ(@NameIsNovel)บรรลุถึงระดับชำระปราณขั้นกลาง
อีกผู้หนึ่งเป็น(@NameIsNovel)ชายหนุ่มใบหน้ากลม กำลังเหวี่ยงมี(@NameIsNovel)ดศึกสีดำอันเป็น(@NameIsNovel)ศาสตราประจำกาย เซินลั่วไม่รู้จักชายผู้นี้ ทว่า(@NameIsNovel)ดูจากระดับการบำเพ็ญที่(@NameIsNovel)อยู่เพียงขั้นต้นของชำระปราณ ก็น่าจะเป็น(@NameIsNovel)ศิษย์ของฉินหมิง
ขณะเดียวกัน ผู้บำเพ็ญทั้งสามที่(@NameIsNovel)อยู่ตรงข้ามสวมชุดคลุมสีดำทั้งหมด ปลายแขนเสื้อปักลายเมฆทมิฬ
ผู้บำเพ็ญทั้งสามมี(@NameIsNovel)ระดับชำระปราณเช่นกัน หนึ่งคนอยู่ขั้นกลาง และ(@NameIsNovel)อีกสองคนอยู่ขั้นต้น แม้จะมี(@NameIsNovel)จำนวนน้อยกว่า(@NameIsNovel) แต่กลับควบคุมกระบี่ตราประทับสีดำสามเล่มที่(@NameIsNovel)เหมือนกัน ก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel)ค่ายกลกระบี่ที่(@NameIsNovel)เปี่ยมด้วยพลังหยินอัปมงคลสีดำอันทรงพลัง กดดันฉินหมิงและ(@NameIsNovel)สหายไว้อย่างหนักหน่วง
“ฮ่า ฮ่า ฉินหมิง ด้วยฝีมืออันน้อยนิดเช่นเจ้า ยังบังอาจคิดจะครอบครองเส้นชีพจรวิญญาณของขุนเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวาอีกหรือ? ส่งมันออกมาอย่างเชื่อฟังเสียเถอะ!” ผู้อาวุโสหน้าดำหัวร่ออย่างชั่วร้าย
“เฒ่าภูเขา(@NameIsNovel)หินดำ ขุนเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวาคือมรดกตกทอดของสำนักชุนชิว พวกเจ้าอย่าหวังที่(@NameIsNovel)จะฮุบไปได้(@NameIsNovel)!” ดวงตาของฉินหมิงลุกโชนด้วยโทสะ พลางกรีดนิ้วทาเลือดลงบนกระบี่ตราประทับไม้ท้อ
อักขระบนกระบี่ตราประทับสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นในทันใด พลันพลังกระบี่สีแดงยาวเจ็ดแปดจั้งก็พุ่งทะยานออกมา ฉีกทลายค่ายกลพลังปราณสีดำของฝ่ายตรงข้ามจนเกิดเป็น(@NameIsNovel)ช่องโหว่ขนาดใหญ่
“ดี! เคล็ดวิชากระบี่หยางบริสุทธิ์ทรงพลังสมคำร่ำลือ แต่น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)พลังของเจ้าอ่อนแอเกินไป ไม่สามารถดึงพลังทั้งหมดออกมาได้(@NameIsNovel)! ส่งเคล็ดวิชากระบี่ และ(@NameIsNovel)เส้นชีพจรวิญญาณขุนเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวาออกมาอย่างเชื่อฟังแต่โดยดี แล้วข้าเจ้าหุบเขา(@NameIsNovel)ผู้นี้ อาจไว้ชีวิตพวกเจ้า!” ดวงตาของผู้อาวุโสหน้าดำฉายแววโลภโมโทสัน พลางกัดปลายลิ้น พ่นเลือดสดเต็มปากลงบนกระบี่ตราประทับสีดำ ก่อนจะเริ่มพึมพำคาถา
อีกสองคนก็ทำเช่นเดียวกัน ภายใต้เสียงสวดคาถา กระบี่ตราประทับทั้งสามเล่มก็พวยพุ่งด้วยแสงสีดำ เสียงหอนโหยหวนดังขึ้น พลังปราณสีดำที่(@NameIsNovel)ถูกฉีกขาดก็ฟื้นฟูในทันที
พลังปราณสีดำภายในค่ายกลกระบี่คำรามก้อง และ(@NameIsNovel)แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)เสาวายุสีดำขนาดใหญ่สูงหลายจั้ง พุ่งเข้าหาฉินหมิงและ(@NameIsNovel)สหาย
เสาวายุสีดำนี้ทรงพลังอย่างยิ่ง กวาดล้างทำลายสิ่งกีดขวางทุกหนแห่งที่(@NameIsNovel)พัดผ่าน
ศาสตราประจำกายของฉินหมิงและ(@NameIsNovel)สหายหมุนคว้างอย่างควบคุมมิได้(@NameIsNovel)เมื่อสัมผัสถูก ทั้งคู่สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก พลางรีบถอยร่นอย่างรวดเร็ว
“ฮ่า ฮ่า ให้พวกเจ้าได้(@NameIsNovel)เห็นพลังของค่ายกลวายุหยินแห่งหุบเขา(@NameIsNovel)เมฆทมิฬของข้า! จงยอมรับชะตากรรมเสียเถิด!” ผู้อาวุโสหน้าดำหอบหายใจเล็กน้อย ทว่า(@NameIsNovel)สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี พลางร่ายคาถาด้วยมืออย่างบ้าคลั่ง
แสงสีดำวูบหนึ่ง หัวภูตผีสีดำสองหัวขนาดเท่าครกตำข้าวก็พุ่งออกจากพายุคลั่ง ตรงเข้าใส่ฉินหมิงและ(@NameIsNovel)ชายหนุ่มหน้ากลม
ชายหนุ่มหน้ากลมซึ่งมี(@NameIsNovel)ระดับการบำเพ็ญเพียงระดับชำระปราณขั้นต้น ห่างชั้นจากฉินหมิงมากนัก แทบจะทานทนมิได้(@NameIsNovel)เมื่อถูกโจมตี หมดสิ้นเรี่ยวแรงจะต้านทาน จึงหลับตาลง ยอมรับความตาย
ในช่วงเวลาคับขันนั้นเอง คลื่นความร้อนสายหนึ่งกวาดผ่าน แสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งมาจากด้านข้าง ก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel)ม่านแสงสีแดงบางเบา ปิดกั้นหัวภูตผีสีดำทั้งสองไว้
หัวภูตผีสีดำอ้าปากกว้างเขมือบม่านแสงสีแดงอย่างดุร้าย ม่านแสงนั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทว่า(@NameIsNovel)ยังคงต้านทานหัวภูตผีไว้ได้(@NameIsNovel)
“ท่านอาจารย์!” ชายหนุ่มหน้ากลมรอดพ้นจากความตายมาได้(@NameIsNovel)อย่างหวุดหวิด พลางหันไปมองฉินหมิงที่(@NameIsNovel)อยู่ด้านข้าง
ฉินหมิงกำลังถือยันต์สีแดงเพลิง ฝ่ามือของเขา(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)เลือดสดไหลซึม ซึมเข้าสู่ยันต์ ก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel)ม่านแสงสีแดง
ทว่า(@NameIsNovel) การใช้เคล็ดวิชานี้เห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)กำลังสูบฉีดพลังชีวิต ฉินหมิงซีดเผือดอยู่แล้ว แต่ในตอนนี้กลับซีดขาวราวกับกระดาษ
“โจรพวกนี้ร้ายกาจนัก ข้าจะยันพวกมันไว้ เจ้าจงฉวยโอกาสหนีไปให้เร็วที่(@NameIsNovel)สุด!” ฉินหมิงตะโกนอย่างร้อนรน
“ศิษย์ไหนเลยจะทอดทิ้งท่านอาจารย์ แล้วหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวได้(@NameIsNovel)…” ชายหนุ่มหน้ากลมกล่าวพลางส่ายหน้า
“โง่เขลา! ชีวิตของพวกเราไม่สำคัญ ทว่า(@NameIsNovel)เต๋าของสำนักชุนชิว จะต้องไม่จบสิ้นลงที่(@NameIsNovel)นี่ไม่ว่า(@NameIsNovel)จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ไปเสีย!” ดวงตาของฉินหมิงแดงก่ำ พลางตะโกนก้อง
ชายหนุ่มหน้ากลมชะงักงัน ก่อนจะเรียกมี(@NameIsNovel)ดศึกสีดำกลับคืน แล้วหันหลังวิ่งหนีไปไกล
“อย่าได้(@NameIsNovel)หวัง วันนี้พวกเจ้าสองคนไม่มี(@NameIsNovel)ทางหนีรอดไปได้(@NameIsNovel)!” ผู้อาวุโสหน้าดำหัวร่อเยาะอย่างเย็นชา เพิ่มปราณเต๋าที่(@NameIsNovel)หลั่งไหลเข้าไปในกระบี่ตราประทับสีดำ มือของเขา(@NameIsNovel)ร่ายคาถาเร็วขึ้นอีก
โฮก! โฮก! โฮก!
หัวภูตผีสีดำอีกสามหัวพุ่งออกจากเสาวายุสีดำ พุ่งเข้าชนม่านแสงสีแดงที่(@NameIsNovel)สั่นระริก
ม่านแสงสีแดงที่(@NameIsNovel)ไม่มั่นคงอยู่แล้ว ไม่อาจต้านทานต่อไปได้(@NameIsNovel)อีก แตกสลาย กลายเป็น(@NameIsNovel)กลุ่มแสงสีแดงนับไม่ถ้วน
ยันต์สีแดงในมือของฉินหมิงก็แตกสลาย สูญสิ้นพลังวิญญาณไปโดยสิ้นเชิง
ฉินหมิงกระอักโลหิตออกมา ร่างกายปลิวละลิ่วถอยหลัง ส่วนกระบี่ตราประทับไม้ท้อก็สิ้นเรี่ยวแรง ร่วงหล่นกระทบพื้นด้วยเสียง “ตุ้บ” ราวกับก้อนหิน
--------------------