หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,084
ตอนที่ 1,084 : ก้าวเข้าสู่ภาพมายา
ตอนที่ 1084
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ฝูตงไหลก็ลืมตาจากการทำสมาธิขึ้น ชายหนุ่มมองไปยังเซินลั่วพลางเอ่ยด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยว่า(@NameIsNovel)
“สหายเซิน ความเร็วในการดูดซับพลังโอสถของท่านช่างน่าทึ่งยิ่งนัก แม้แต่ข้าซึ่งเป็น(@NameIsNovel)คนของเผ่าปีศาจยังไม่อาจเทียบได้(@NameIsNovel)เลย”
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้น เซินลั่วพลันตระหนักได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel) นับตั้งแต่กลับมาจากแดนฝัน ร่างกายของตนดูเหมือนจะมี(@NameIsNovel)การเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่(@NameIsNovel)ละเอียดอ่อนเกิดขึ้น แต่เขา(@NameIsNovel)กลับไม่ได้(@NameIsNovel)ใส่ใจนัก เพราะเป็น(@NameIsNovel)เรื่องใกล้ตัวเกินไปนั่นเอง
หลี่ฉางชิงพลันได้(@NameIsNovel)สติจากการสนทนาของทั้งสอง เขา(@NameIsNovel)จึงลืมตาขึ้นเช่นกัน
“ข้าคือหลี่ฉางชิง เจ้าสำนักชิงหลิน ผู้อาวุโสเซินรู้จักข้าอยู่แล้ว ไม่ทราบว่า(@NameIsNovel)ผู้มี(@NameIsNovel)พระคุณท่านนี้มี(@NameIsNovel)นามอันสูงส่งว่า(@NameIsNovel)กระไร” เขา(@NameIsNovel)เอ่ยพลางลุกขึ้นยืน ประสานหมัดคารวะ
“ฝูตงไหล เผ่าปีศาจ เทือกเขา(@NameIsNovel)อูฐสิงห์” ชายหนุ่มประสานหมัดตอบกลับพร้อมแจ้งสังกัดของตน
“ผู้คนต่างกล่าวกันว่า(@NameIsNovel)เผ่าปีศาจนั้นดุร้ายและ(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)พฤติกรรมแปลกประหลาด ข้าเคยพบนางผู้หนึ่งซึ่งเอาแต่ไล่ล่าโจมตีข้า แต่กลับไม่คิดเอาชีวิต ต้อนข้ามาจนถึงที่(@NameIsNovel)นี่ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อเทียบกับสตรีผู้นั้นแล้ว พี่ใหญ่ฝูแห่งเผ่าปีศาจช่างผิดกับที่(@NameIsNovel)ร่ำลือยิ่งนัก” หลี่ฉางชิงกล่าวด้วยความรู้สึกบางอย่าง
สีหน้าของเซินลั่วแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้(@NameIsNovel)ยินถ้อยคำนั้น
ฝูตงไหลมิได้(@NameIsNovel)สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ จึงกล่าวติดตลกกับหลี่ฉางชิงว่า(@NameIsNovel) “ใช่ว่า(@NameIsNovel)คนเผ่าปีศาจจะชื่นชอบการทำสงครามกันไปเสียทุกคนเสียเมื่อไหร่เล่า”
“พี่ฝู มี(@NameIsNovel)บางอย่างไม่ถูกต้องแล้ว” เซินลั่วแทรกขึ้น
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้น สีหน้าของฝูตงไหลก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ชายหนุ่มมองไปยังหลี่ฉางชิงราวกับนึกอะไรขึ้นได้(@NameIsNovel) “สหายหลี่ สตรีเผ่าปีศาจที่(@NameIsNovel)ไล่ล่าท่านมี(@NameIsNovel)ลักษณะเป็น(@NameIsNovel)เช่นไร”
หลี่ฉางชิงตกใจกับปฏิกิริยาของทั้งสองพลันรู้สึกกังวลขึ้นมาทันที
“สตรีผู้นั้นสวมชุดรัดรูปสีดำ งดงามเป็น(@NameIsNovel)พิเศษ ในดวงตาและ(@NameIsNovel)คิ้วของนางมี(@NameIsNovel)แววเจ้าเล่ห์ซ่อนอยู่ ศาสตราเวทที่(@NameIsNovel)นางใช้คือวงแหวนจันทร์เสี้ยวสีดำยาวประมาณสามฉื่อ…”
ขณะที่(@NameIsNovel)หลี่ฉางชิงบรรยาย คิ้วของฝูตงไหลก็ขมวดลึกขึ้นเรื่อยๆ
“หลี่จูนั่นเอง... นางนั่นเอง ไปกันเถอะ พวกเราต้องรีบไปจากที่(@NameIsNovel)นี่ทันที” ฝูตงไหลกล่าวอย่างเร่งรีบ
“นางแข็งแกร่งมากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ” เซินลั่วก็นึกถึงสตรีเจ้าเสน่ห์ที่(@NameIsNovel)เคยยืนอยู่ข้างฝูตงไหลก่อนการทดสอบจะเริ่มขึ้น
“บำเพ็ญเพียรระดับมหาโพธิญาณขั้นต้น... ความน่ากลัวของนางมิได้(@NameIsNovel)อยู่ที่(@NameIsNovel)ระดับพลัง แต่เป็น(@NameIsNovel)เพราะนางคือปรมาจารย์กระบวนท่าในหมู่เผ่าปีศาจ มี(@NameIsNovel)ความเชี่ยวชาญในการใช้เคล็ดวิชากระบวนท่าอย่างยิ่งยวด” ฝูตงไหลอธิบายอย่างรวดเร็ว
ระหว่า(@NameIsNovel)งที่(@NameIsNovel)พูดคุยกัน ทั้งสามก็ได้(@NameIsNovel)ทะยานออกจากหุบเขา(@NameIsNovel)ไปแล้ว
ทว่า(@NameIsNovel)เมื่อออกมาจากหุบเขา(@NameIsNovel)แล้ว พวกเขา(@NameIsNovel)กลับมองย้อนกลับไป พบว่า(@NameIsNovel)หุบเขา(@NameIsNovel)ยังคงสงบนิ่ง มิได้(@NameIsNovel)ปรากฏร่องรอยความผิดปกติใดๆ
“บางทีข้าอาจจะแค่ระแวงเกินไปเอง...” ฝูตงไหลเกาศีรษะอย่างงุนงง
“ระวังไว้ก่อนย่อมดีเสมอ” เซินลั่วกล่าวพลางคลี่ยิ้ม
“บางทีข้าอาจจะเข้าใจผิดไปเอง...” หลี่ฉางชิงก็แสดงความไม่แน่ใจเช่นกัน
ขณะที่(@NameIsNovel)ทั้งสามกำลังสนทนากันอยู่นั้น ห้วงอากาศโดยรอบพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แม้ว่า(@NameIsNovel)ร่างของพวกเขา(@NameIsNovel)จะลอยอยู่กลางอากาศ แต่กลับรู้สึกได้(@NameIsNovel)ถึงพลังมหาศาลที่(@NameIsNovel)ปะทุขึ้นจากใต้ฝ่าเท้า ทำให้ทั้งสามคนถึงกับโซเซจนเกือบจะเสียการทรงตัว
“อาณาจักรมายา...” เซินลั่วและ(@NameIsNovel)ฝูตงไหลอุทานขึ้นพร้อมกัน สีหน้าของทั้งคู่แปรเปลี่ยนไป
สิ้นเสียงพูด ฝุ่นผงก็หมุนวนอยู่รอบกาย ภาพมายาที่(@NameIsNovel)ซ้อนกันเป็น(@NameIsNovel)ชั้นๆ พลันแตกสลาย เผยให้เห็นทิวทัศน์ที่(@NameIsNovel)แท้จริงอีกครา
เซินลั่วและ(@NameIsNovel)คนอื่นๆ เพิ่งตระหนักได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel) แท้จริงแล้วพวกตนยังคงอยู่ในหุบเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)มิเคยบินออกไปเลย อย่างไรก็ตาม ต้นโพธิ์นั้นเป็น(@NameIsNovel)ของจริง มิเช่นนั้นคงสังเกตเห็นความผิดปกติได้(@NameIsNovel)ตั้งแต่แรกแล้ว
ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดิน แท่งหินสีดำถูกกระแทกออกมาจากมุมที่(@NameIsNovel)ซ่อนเร้น กระบวนท่าขนาดใหญ่ที่(@NameIsNovel)ซ่อนอยู่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นช้าๆ
แต่ก่อนที่(@NameIsNovel)เซินลั่วและ(@NameIsNovel)คนเหล่านั้นจะทันได้(@NameIsNovel)ตอบสนอง แรงสั่นสะเทือนที่(@NameIsNovel)รุนแรงยิ่งกว่า(@NameIsNovel)ก็ปะทุขึ้นมาจากใต้ดิน หุบเขา(@NameIsNovel)ซึ่งเต็มไปด้วยรอยแยกอยู่แล้วพลันแตกเป็น(@NameIsNovel)เสี่ยงๆ เกิดเป็น(@NameIsNovel)ร่องลึกกว้างหลายจางขึ้นมาหลายสาย
เซินลั่วรีบทะยานขึ้นสู่กลางอากาศ และ(@NameIsNovel)เมื่อมองลงไปก็เห็นเงาดำทะมึนน่าเหลือเชื่อพุ่งออกมาจากใต้ดิน ปากกลมมหึมากว้างหลายสิบจางอ้ากว้างงับเข้าใส่หลี่ฉางชิงที่(@NameIsNovel)กำลังร่วงหล่นอยู่กลางอากาศ
ภายในปากขนาดยักษ์นั้นมี(@NameIsNovel)ฟันขาวแหลมคมเรียงซ้อนกันเป็น(@NameIsNovel)ชั้นๆ หนาแน่นคล้ายดอกบัวพันกลีบที่(@NameIsNovel)กำลังเบ่งบานเต็มที่(@NameIsNovel) ฟันแหลมคมแต่ละซี่ล้วนพร้อมกลืนกินหลี่ฉางชิงเข้าไปทั้งร่าง
ในชั่วขณะนั้น ฝูตงไหลก็พุ่งมาจากด้านข้าง แปลงกายเป็น(@NameIsNovel)วายุซวิ่นส่งเสียงหวีดหวิว ทิ้งไว้เพียงภาพติดตา พลางคว้าตัวหลี่ฉางชิงแล้วพามาอยู่ข้างกายเซินลั่ว
“เจ้านี่มันตัวอะไรกันแน่” เซินลั่วขมวดคิ้วถาม
“มังกรพิภพสุญญตา สัตว์อสูรระดับมหาโพธิญาณขั้นปลาย พลังต่อสู้เทียบเท่าเซียนแท้...
ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่า(@NameIsNovel)เหตุใดพวกเขา(@NameIsNovel)จึงนำอสูรปีศาจเช่นนี้มาไว้ในแดนลับ หรือว่า(@NameIsNovel)ต้องการให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนต้องตายตกอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่กันแน่” บนใบหน้าของฝูตงไหลปรากฏร่องรอยความโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้(@NameIsNovel)ชัด
เซินลั่วสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงกลิ่นอายที่(@NameIsNovel)แผ่ออกมาจากสัตว์อสูรเบื้องล่าง และ(@NameIsNovel)ในที่(@NameIsNovel)สุดก็เข้าใจว่า(@NameIsNovel)เหตุใดเมื่อครั้งที่(@NameIsNovel)หลบหนีอยู่ใต้ดินก่อนหน้านี้ เขา(@NameIsNovel)ถึงรู้สึกเย็นยะเยือกถึงสันหลังและ(@NameIsNovel)รู้สึกไม่สบายใจอย่างไม่อาจอธิบายได้(@NameIsNovel)
ในเวลาเดียวกัน ณ ด้านข้างของหุบเขา(@NameIsNovel) บนยอดเขา(@NameIsNovel)แห่งหนึ่งปรากฏร่างอันงดงามของสตรีผู้หนึ่งขึ้น
นางสวมชุดรัดรูปสีดำที่(@NameIsNovel)ขับเน้นสัดส่วนอันงดงามให้เด่นชัด ยืนอยู่บนโขดหินบนยอดเขา(@NameIsNovel) โน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อจ้องมองฉากในหุบเขา(@NameIsNovel)เบื้องล่าง บนใบหน้าอันมี(@NameIsNovel)เสน่ห์ของสตรีผู้นั้นปรากฏรอยยิ้มยั่วยวน... นางคือหลี่จูนั่นเอง
“ในที่(@NameIsNovel)สุดมังกรพิภพสุญญตาก็ถูกล่อออกมาจนได้(@NameIsNovel) แต่ดูท่าจะจัดการยากอยู่ไม่น้อย... จะคว้ากุญแจมาได้(@NameIsNovel)อย่างไร ช่างน่าปวดหัวยิ่งนัก” หลี่จูพึมพำกับตัวเอง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับกำลังครุ่นคิด
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มของนางก็กว้างขึ้นพลางกล่าวว่า(@NameIsNovel) “ในหมู่พวกเจ้า ใครยินดีจะไปเอากุญแจของแดนลับมาให้ข้าบ้าง”
“ข้า ข้าเอง...”
“ข้ายินดี...”
“ถอยไป อย่ามาแย่งข้า...”
ไม่นานนัก ก็มี(@NameIsNovel)ร่างหลายร่างปรากฏขึ้นบนยอดเขา(@NameIsNovel) มี(@NameIsNovel)ทั้งบุรุษจากเผ่ามนุษย์และ(@NameIsNovel)เผ่าเซียน รวมถึงบุรุษจากเผ่าปีศาจอีกสองคน รวมทั้งสิ้นเจ็ดคน
ใบหน้าของพวกเขา(@NameIsNovel)ซีดเขียวและ(@NameIsNovel)ดวงตาแดงก่ำ ดูคลุ้มคลั่งขณะต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงโอกาสไปเอากุญแจมาให้หลี่จู
“หยุดทะเลาะกันได้(@NameIsNovel)แล้ว พวกเจ้าทุกคนไปพร้อมกันก็ได้(@NameIsNovel) ใครสามารถเอากุญแจกลับมาได้(@NameIsNovel) ก็กลับมากับข้า... ส่วนผู้ที่(@NameIsNovel)เหลือ จงตายตกอยู่ในหุบเขา(@NameIsNovel)นั้นเสียเถิด” หลี่จูกล่าวกับเหล่าบุรุษ พลางเกี่ยวปลายนิ้วเรียกพวกเขา(@NameIsNovel)ด้วยสีหน้าเปี่ยมเสน่ห์
บุรุษทั้งเจ็ดจากเผ่าต่างๆ สั่นสะท้านราวกับถูกมนตร์สะกด สีหน้าเคลิบเคลิ้มของเหล่าบุรุษผู้นั้นก็เข้มข้นขึ้น ใบหน้าคลุ้มคลั่งยิ่งกว่า(@NameIsNovel)เก่า ขณะที่(@NameIsNovel)พวกเขา(@NameIsNovel)ทั้งหมดอยู่ภายใต้คำสั่งของหลี่จู ทยอยทะยานตรงไปยังมังกรพิภพสุญญตาทีละคน
เมื่อเห็นเซินลั่วและ(@NameIsNovel)สหายของเขา(@NameIsNovel)มองขึ้นมาด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว หลี่จู แสร้งทำเป็น(@NameIsNovel)ตกใจในทันที มือข้างหนึ่งปิดปากอุทานออกมา ก่อนจะหัวเราะคิกคักอย่างไม่สะทกสะท้าน
ทันใดนั้น ใบหน้าของหลี่จูพลันแข็งทื่อ เสียงหัวเราะหยุดชะงักลงกะทันหัน นางหันศีรษะไปมองบุรุษและ(@NameIsNovel)สตรีคู่หนึ่งกำลังร่อนลงอย่างช้าๆ ในที่(@NameIsNovel)ไม่ไกล พลางก้าวเข้ามาหานาง
บุรุษผู้นั้นรูปร่างสูงเพรียว รูปโฉมหล่อเหลาเป็น(@NameIsNovel)พิเศษ สวมเกราะสีฟ้าอ่อนและ(@NameIsNovel)มงกุฎหยก ผมสีม่วงอมน้ำเงินถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ที่(@NameIsNovel)ขมับมี(@NameIsNovel)เส้นผมสีขาวสองสามเส้น... เขา(@NameIsNovel)คือเจ็ดสังหารนั่นเอง
ผู้ที่(@NameIsNovel)ติดตามอยู่ข้างกายอย่างใกล้ชิด มิใช่ใครอื่นนอกจากฮวาหลัน ปีศาจแมว หลี่จูอุตส่าห์ลำบากวางกระบวนท่า ใช้หลี่ฉางชิงและ(@NameIsNovel)เหล่าบุรุษเป็น(@NameIsNovel)เหยื่อล่อเพื่อล่อมังกรพิภพสุญญตาออกมา แล้วตอนนี้เจ้าสองคนนี้กลับโผล่มาชุบมือเปิบเช่นนั้นหรือ
ก่อนที่(@NameIsNovel)นางจะทันได้(@NameIsNovel)แสดงความโกรธออกมา บนหน้าผาฝั่งตรงข้าม ลำแสงเจ็ดสีสายหนึ่งร่อนลงมา เผยให้เห็นร่างของสตรีอีกผู้หนึ่ง
สตรีผู้นี้สวมอาภรณ์วังหลวงหลากสีสัน อาบไล้ด้วยแสงเรืองรอง ด้านหลังมี(@NameIsNovel)หางห้าสีสะบัดพลิ้วไหว ความงามและ(@NameIsNovel)ท่วงท่าสูงส่งราวกับนางฟ้าแห่งวังจันทรา... นางคือจีเหยาแห่งเผ่าเซียน
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเหลือบมองภาพความโกลาหลในหุบเขา(@NameIsNovel)เบื้องล่างแล้วกล่าวว่า(@NameIsNovel) “มิน่าเล่า บุรุษในเผ่าเซียนของข้าถึงได้(@NameIsNovel)หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ที่(@NameIsNovel)แท้ก็ถูกเจ้าล่อลวงด้วยมนตร์เสน่ห์ให้ไปตายเสียนี่เอง”
--------------------