หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,087
ตอนที่ 1,087 : อย่าเข้าไป
ตอนที่ 1087
ขณะที่(@NameIsNovel)เซินลั่วและ(@NameIsNovel)ฝูตงไหลกำลังสนทนา พลันเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องจากเบื้องบน ผืนดินพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครา
“ไปเถิด ออกจากที่(@NameIsNovel)นี่เสียก่อน” เซินลั่วเอ่ยพลางรวบคว้าแขนฝูตงไหล ทั้งสองรีบโคจรพลัง พุ่งทะยานขึ้นสู่พื้นเบื้องบน
ในขณะที่(@NameIsNovel)กำลังจะทะลุพ้นจากพื้นดิน เซินลั่วพลันสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงพลังอันแปลกประหลาดที่(@NameIsNovel)แผ่ออกมาจากใต้พิภพ ทว่า(@NameIsNovel)ยังไม่ทันจะได้(@NameIsNovel)ตรวจสอบให้ถ้วนถี่ ทั้งสองก็ทะลวงผ่านผืนดินขึ้นสู่เบื้องบนได้(@NameIsNovel)สำเร็จ
เบื้องบนนั้น การต่อสู้อันดุเดือดยังคงดำเนินต่อไป ทว่า(@NameIsNovel)ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบชัด ดูเหมือนเจ็ดสังหารจะได้(@NameIsNovel)ร่วมมือกับจีเหยาแล้ว
นางฟ้าทั้งเจ็ดที่(@NameIsNovel)จีเหยาเคยปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่ ได้(@NameIsNovel)หายไปตั้งแต่เมื่อใดมิอาจล่วงรู้ บัดนี้นางเปลี่ยนจากการโจมตีระยะไกลเป็น(@NameIsNovel)การต่อสู้ระยะประชิด มือข้างหนึ่งควบคุมแถบแพรหลากสีที่(@NameIsNovel)โบกสะบัดไม่ขาดสาย ส่วนอีกมือหนึ่งถือกระจกกลมบานเล็ก สาดส่องเข้าใส่มังกรพิภพสุญญตาอย่างต่อเนื่อง
แถบแพรหลากสียาวเกือบพันจั้งได้(@NameIsNovel)พันรอบครึ่งร่างของมังกรพิภพสุญญตา บนแถบแพรนั้นปรากฏลวดลายอักขระเรืองรองริบหรี่ ซึ่งเห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)แผ่กลิ่นอายพลังแห่งการผนึกออกมา
ส่วนกระจกกลมบานเล็ก บนผิวกระจกกลับปรากฏลวดลายแปดทิศ สาดลำแสงสีทองก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel)เสาแสง ร่วงหล่นจากฟากฟ้า กักขังมังกรพิภพสุญญตาไว้ตรงกลางลำแสงนั้น
บริเวณที่(@NameIsNovel)เสาแสงสีทองสัมผัสกับผืนดิน ก็ปรากฏลวดลายครึ่งหนึ่งของแผนภูมิแปดทิศเช่นกัน โดยแต่ละทิศของแผนภูมิแปดทิศต่างส่องแสงเรืองรองวูบวาบ ก่อเกิดปรากฏการณ์อันแตกต่างกันออกไป
ณ ตำแหน่งซวิ่นเกิดพายุหมุน ตำแหน่งเจิ้นมี(@NameIsNovel)อัสนีบาตแปลบปลาบ ตำแหน่งเกิ้นปรากฏเงาขุนเขา(@NameIsNovel)ตระหง่าน และ(@NameIsNovel)ตำแหน่งขั่นมี(@NameIsNovel)ไอหมอก ลอยขึ้นเหนือผืนน้ำ...
แต่ละตำแหน่งบนแผนภูมิแปดทิศล้วนให้กำเนิดพลังมหาศาล ซึ่งพลังทั้งหมดนั้นล้วนผนึกการเคลื่อนไหวของมังกรพิภพสุญญตาไว้
พลังของศาสตราวิเศษทั้งสองชิ้นนี้ช่างน่าพรั่นพรึงยิ่งนัก แม้มังกรพิภพสุญญตาจะไม่ได้(@NameIsNovel)ถูกผนึกไว้อย่างสมบูรณ์ ทว่า(@NameIsNovel)การเคลื่อนไหวกลับถูกจำกัดอย่างมาก แม้จะดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเพียงใด ก็มิอาจหลุดพ้นจากพันธนาการไปได้(@NameIsNovel)
เมื่อเห็นเช่นนั้น เซินลั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่า(@NameIsNovel)จะเข้าช่วยดีหรือไม่ ทว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)กลับสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงพลังกดดันอันท่วมท้นที่(@NameIsNovel)แผ่มาจากแดนไกล
เขา(@NameIsNovel)มองตามต้นตอแห่งพลังนั้นไป ก็เห็นรัศมี(@NameIsNovel)สีม่วงที่(@NameIsNovel)อยู่ห่างออกไปหลายร้อยจั้ง กำลังผุดลอยขึ้นอย่างเชื่องช้า ดุจดวงอาทิตย์สีม่วงอันเจิดจ้า
เบื้องหลังดวงอาทิตย์สีม่วงนั้น มี(@NameIsNovel)ร่างของบุรุษผู้หนึ่งยืนน้าวคันธนูอยู่ แผ่จิตสังหารอันแหลมคมคุกคามไปทั่วร่าง ในมือถือธนูน้ำแข็งคำราม แทนที่(@NameIsNovel)จะเป็น(@NameIsNovel)ลำแสง ศรที่(@NameIsNovel)พาดอยู่บนสายกลับเป็น(@NameIsNovel)ลูกศรแท้จริงสีม่วงเข้ม
คันธนูถูกน้าวโค้งจนตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเกือบจะเป็น(@NameIsNovel)วงพระจันทร์เต็มดวง ดวงอาทิตย์สุกสว่า(@NameIsNovel)งที่(@NameIsNovel)ปลายศรก็ยิ่งส่องประกายเจิดจ้าขึ้น พลังที่(@NameIsNovel)สั่งสมอยู่ภายในนั้นช่างน่าสะพรึงกลัว จนแม้แต่เซินลั่วยังอดตื่นตระหนกมิได้(@NameIsNovel)
มาถึงยามนี้ เขา(@NameIsNovel)กลับตระหนักได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel) เจ็ดสังหารมิได้(@NameIsNovel)ใช้กำลังเต็มที่(@NameIsNovel)ในการต่อสู้กับตนเมื่อก่อนหน้านี้ มิฉะนั้น ด้วยระดับพลังบำเพ็ญของตนในยามนี้ ไม่แน่ว่า(@NameIsNovel)จะยังคงมี(@NameIsNovel)ชีวิตรอดอยู่หรือไม่ แต่ที่(@NameIsNovel)แน่ชัดคือย่อมมิอาจต่อกรได้(@NameIsNovel)แม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่า(@NameIsNovel)ศรของเจ็ดสังหารรวบรวมพลังจนถึงขีดสุดแล้ว เซินลั่วจึงรีบพาฝูตงไหลถอยห่างออกไปให้ไกล เพราะเกรงจะถูกลูกหลง
ทันทีที่(@NameIsNovel)ทั้งสองเริ่มเคลื่อนไหว ศรของเจ็ดสังหารก็ถูกปล่อยออกไปในบัดดล
“ฟิ้ว”
เสียงแหวกอากาศอันแหลมสั้นดังขึ้นเพียงชั่วอึดใจแล้วพลันเงียบหายไปในทันที
ความเร็วของศรดอกนั้นรวดเร็วจนยากจะประมาณได้(@NameIsNovel)
ราวกับชั่วพริบตา ดวงอาทิตย์สีม่วงลูกหนึ่งก็มาถึงตรงหน้าศีรษะของมังกรพิภพสุญญตา
ปากของมังกรพิภพสุญญตาเองก็ส่องประกายแสงสีม่วงเช่นกัน พร้อมกับเสียงอัสนีบาตคำรามกึกก้อง กลุ่มแสงสีม่วงพลันพุ่งออกมา ปะทะเข้ากับลำแสงอาทิตย์สีม่วง
น่าแปลกใจยิ่งนักที่(@NameIsNovel)ดวงอาทิตย์สีม่วงดวงนั้นกลับไม่ระเบิดออกเมื่อปะทะกับอัสนีบาตสีม่วง ทว่า(@NameIsNovel)กลับปรากฏวงแหวนอักขระสว่า(@NameIsNovel)งวาบบนก้านศร ศรพลันรวบรวมพลังเป็น(@NameIsNovel)ครั้งที่(@NameIsNovel)สอง แล้วระเบิดพลังออกไปในชั่วพริบตา
ดวงอาทิตย์สีม่วงที่(@NameIsNovel)ปลายศรฉีกกระชากอัสนีบาตสีม่วงของมังกรพิภพสุญญตา ทะลวงเข้าไปในปากของมัน
มังกรพิภพสุญญตาเองก็ดุร้ายหาใดเปรียบ หลังจากกลืนดวงอาทิตย์สีม่วงลูกนั้นเข้าไป มันยังคงดิ้นรนขัดขืนอย่างรุนแรง พละกำลังมหาศาลของมันยังคงทำให้กระบวนท่าแปดทิศที่(@NameIsNovel)ห่อหุ้มร่างอยู่ถึงกับปริแตก
เมื่อแสงสีทองสลายไป จีเหยาก็ถูกพลังสะท้อนกลับเข้าใส่เช่นกัน ร่างกายนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง มิอาจควบคุมแถบแพรนั้นต่อไปได้(@NameIsNovel) จึงโบกมือเรียกแถบแพรหลากสีกลับคืนสู่กาย
ในขณะนั้นเอง ดวงอาทิตย์สีม่วงที่(@NameIsNovel)ทะลวงเข้าไปในร่างของมังกรพิภพสุญญตา ก็ปลดปล่อยพลังออกมาในที่(@NameIsNovel)สุด
“ตูม”
เสียงระเบิดดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วฟ้าดิน ช่องท้องของมังกรพิภพสุญญตาพลันขยายตัวอย่างรวดเร็ว ถูกแสงสีม่วงทะลวงแทง ส่องประกายจนร่างของมันแทบจะโปร่งแสง
จนกระทั่งร่างของมังกรพิภพสุญญตาขยายใหญ่ขึ้นถึงสามเท่าของขนาดเดิม พลังกายของมันจึงมิอาจทนทานได้(@NameIsNovel)อีกต่อไป และ(@NameIsNovel)พลันระเบิดออกพร้อมเสียงกัมปนาทสนั่น
ฟ้าดินโดยรอบสั่นสะท้านไม่หยุดหย่อน หุบเขา(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)เคยถูกภูเขา(@NameIsNovel)ถล่มทับไปก่อนหน้า ก็เกิดการถล่มซ้ำอีกครา กระแสอากาศปั่นป่วนพัดพาฝุ่นควันคลุ้งตลบ ก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel)พายุหมุนพิโรธขนาดมหึมาหลายสาย ที่(@NameIsNovel)ทอดตัวสูงเสียดฟ้าจากพื้นดินสู่ท้องนภา
เซินลั่วและ(@NameIsNovel)ฝูตงไหลถอยห่างออกไปจนไกลแล้ว จึงรอดพ้นจากความโกลาหลนั้นไปได้(@NameIsNovel)อย่างชั่วคราว ส่วนทางด้านจีเหยาที่(@NameIsNovel)อยู่ใกล้กับมังกรพิภพสุญญตามากกว่า(@NameIsNovel) กลับถูกแรงลมอัดและ(@NameIsNovel)กระแสอากาศปั่นป่วนอันรุนแรงซัดจนร่างถอยร่นไปทีละก้าว
เจ็ดสังหารดูเหมือนจะสูญเสียพลังไปมากจากศรดอกก่อนหน้านี้ บัดนี้มี(@NameIsNovel)ฮวาหลันยืนป้องกันอยู่เบื้องหน้า นางสร้างม่านแสงครึ่งวงกลมขึ้นมาปกป้องคนทั้งสองไว้เบื้องหลัง
ดวงตาของเซินลั่วหรี่ลงเล็กน้อยอย่างครุ่นคิดขณะที่(@NameIsNovel)เพ่งมองหาเข็มทิศอันนั้นในมวลอากาศ
สิ่งนั้นคือกุญแจสำคัญในการเปิดแดนลับแห่งนี้ หากมันถูกทำลายไปด้วย พวกตนย่อมยากที่(@NameIsNovel)จะออกจากที่(@NameIsNovel)นี่ได้(@NameIsNovel)
หลังจากมองหาอยู่ชั่วอึดใจ ในที่(@NameIsNovel)สุดเขา(@NameIsNovel)ก็พบมัน
เข็มทิศยังคงถูกผนึกอยู่ภายในศิลาผลึกอำพัน และ(@NameIsNovel)ขณะนี้ตกอยู่บนพื้นสมรภูมิ
หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ เขา(@NameIsNovel)ก็ตัดสินใจจะฉวยโอกาสนี้เข้าคว้าเข็มทิศมา
ทว่า(@NameIsNovel)ก่อนที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)จะได้(@NameIsNovel)ลงมือ สถานการณ์กลับพลันพลิกผันอีกครา
พลันมี(@NameIsNovel)แสงสีดำสายหนึ่งสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นบนฟากฟ้าอันไกลโพ้น ใยแมงมุมสีดำขนาดมหึมาพลันปรากฏขึ้นกลางเวหาจากความว่า(@NameIsNovel)งเปล่า ห่อหุ้มร่างของจีเหยาที่(@NameIsNovel)เพิ่งจะทรงกายตั้งหลักได้(@NameIsNovel)
ร่างของหลี่จูพลันปรากฏขึ้นอย่างเงียบงัน ถือทวนพิษทมิฬแทงตรงเข้าใส่แผ่นหลังของจีเหยา
ดูเหมือนจีเหยาจะเตรียมรับมือไว้แล้ว แถบแพรหลากสีที่(@NameIsNovel)นางเรียกคืนไปเมื่อครู่ ได้(@NameIsNovel)ก่อตัวเป็น(@NameIsNovel)แนวป้องกันอยู่เบื้องหลัง ซ้อนทับกันดุจโล่กลม แม้จะดูอ่อนนุ่มไร้พลัง ทว่า(@NameIsNovel)กลับสามารถสกัดการโจมตีของหลี่จูไว้ได้(@NameIsNovel)
ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น เพียงดีดนิ้ว แถบแพรหลากสีที่(@NameIsNovel)ป้องกันการลอบโจมตีนั้นก็เปลี่ยนจากตั้งรับเป็น(@NameIsNovel)รุก พุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับอสรพิษออกจากถ้ำ บีบให้หลี่จูต้องรีบป้องกันแล้วถอยหนีไป
“ดีนัก เจ็ดสังหาร! ไม่ร่วมมือกับข้า แต่กลับไปเข้ากับเผ่าเซียนเช่นนั้นรึ? เผ่าปีศาจกับเผ่าเซียนเป็น(@NameIsNovel)พันธมิตรกันแต่เมื่อใดกัน?” หลี่จูเมื่อตั้งหลักได้(@NameIsNovel)ก็ชี้หน้าก่นด่าเจ็ดสังหารในทันที
เจ็ดสังหารมิได้(@NameIsNovel)สนใจนาง เพียงกลืนโอสถเม็ดหนึ่งลงไปแล้วหลับตาลง
“หึ! แต่ก็ดีแล้ว ยามนี้พวกเจ้าทั้งสองต่างก็อ่อนแรงกันหมดสิ้นแล้ว แล้วจะทำอะไรข้าได้(@NameIsNovel)เล่า?” หลี่จูเย้ยหยัน
พูดจบ นางก็พลิกกายกลางอากาศแล้วพุ่งตรงรี่ลงไปยังพื้นดินเบื้องล่าง
เซินลั่วรีบใช้เคล็ดวิชาหลบหนี ทันทีที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ก้าวเท้าออกไป ก็พลันได้(@NameIsNovel)ยินเสียงของฝูตงไหลดังขึ้นในห้วงจิต “พี่เซิน! อย่าเข้าไป!”
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนั้น การเคลื่อนไหวของเซินลั่วก็ชะงักงันไปโดยไม่รู้ตัว ทำให้เขา(@NameIsNovel)ต้องช้ากว่า(@NameIsNovel)หลี่จูไปหนึ่งก้าว
ขณะที่(@NameIsNovel)หลี่จูกำลังจะไปถึงเข็มทิศ พลันมี(@NameIsNovel)วายุซวิ่นสีเขียวที่(@NameIsNovel)รวดเร็วกว่า(@NameIsNovel)นางพุ่งผ่านร่างนางไป ตรงไปยังเป้าหมาย
“พวกเจ้าไม่ต้องดิ้นรนกันอีกต่อไปแล้ว เข็มทิศนี้เป็น(@NameIsNovel)ของข้า! ฮ่าๆๆ...” เหอเชียนซานหัวเราะก้องอย่างบ้าคลั่ง แขนทั้งสองข้างของเขา(@NameIsNovel)กลายเป็น(@NameIsNovel)ปีก โบกสะบัดกลางอากาศ
ทว่า(@NameIsNovel)ในขณะที่(@NameIsNovel)เท้าที่(@NameIsNovel)แปลงสภาพเป็น(@NameIsNovel)กรงเล็บตะขอของเขา(@NameIsNovel)กำลังจะสัมผัสกับเข็มทิศ พลันมี(@NameIsNovel)แสงสุญญตาสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ผืนดิน มังกรพิภพสุญญตาที่(@NameIsNovel)ก่อตัวจากแสงสุญญตาสีดำยาวหลายสิบจั้งพุ่งออกมา ในชั่วพริบตา มันอ้าปากกว้างกลืนกินบุรุษผู้นั้นเข้าไปทั้งเป็น(@NameIsNovel)
เมื่อมองผ่านร่างของมังกรพิภพสุญญตาที่(@NameIsNovel)แทบจะโปร่งแสง ก็จะเห็นเหอเชียนซานอยู่ภายใน ถูกห่อหุ้มด้วยลูกแสงสีม่วงหลายลูก ร่างของบุรุษผู้นั้นลุกไหม้อย่างรุนแรงราวกับถูกเพลิงเผาผลาญ และ(@NameIsNovel)ในไม่ช้าจิตวิญญาณเทวะของเขา(@NameIsNovel)ก็บินทะยานออกมา
จิตวิญญาณเทวะของเหอเชียนซานถูกบังคับให้ออกจากร่างตนอย่างง่ายดาย ทว่า(@NameIsNovel)การจะหนีออกจากร่างของมังกรพิภพสุญญตานั้นกลับมิใช่เรื่องง่ายดาย
เพียงชั่วพริบตา จิตวิญญาณเทวะของบุรุษผู้นั้นก็ถูกเปลวเพลิงเผาผลาญจนมอดไหม้กลายเป็น(@NameIsNovel)เถ้าถ่านไปในที่(@NameIsNovel)สุด
--------------------