หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,091
ตอนที่ 1,091 : น่าสลดใจ
ตอนที่ 1091
เซินลั่วยังไม่ทันเข้าใจว่า(@NameIsNovel)เกิดสิ่งใดขึ้น พลันตระหนักได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)เปลวเพลิงโลหิตบนแขนของตนเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่(@NameIsNovel)พลังปราณปีศาจที่(@NameIsNovel)เคยแทรกซึมเข้ามาในร่างกลับไหลย้อนคืนเข้าสู่ร่างของหลี่จูอย่างต่อเนื่อง
เมื่อพลังปราณปีศาจและ(@NameIsNovel)เปลวเพลิงโลหิตหลั่งไหลเข้าสู่ร่างหลี่จูอย่างไม่ขาดสาย สีหน้าของนางก็ยิ่งฉายแววดุร้ายน่ากลัว พลังปราณทั่วร่างก็พลันทะยานขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่(@NameIsNovel)น่าประหลาดยิ่งกว่า(@NameIsNovel)นั้นคือ ขณะที่(@NameIsNovel)พลังปราณของนางแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอายอันเป็น(@NameIsNovel)เอกลักษณ์ของฉือโย่วกลับค่อยๆ จางหายไป
ในใจเซินลั่วพลันบังเกิดความคิดหนึ่งวาบขึ้น เมื่อเขา(@NameIsNovel)คาดเดาถึงความเป็น(@NameIsNovel)ไปได้(@NameIsNovel)บางอย่าง เขา(@NameIsNovel)ก็พลันตื่นตระหนกในทันที
เซินลั่วไม่คิดใส่ใจอีกต่อไปแล้วว่า(@NameIsNovel)การกระทำของหลี่จูจะช่วยกำจัดพลังปราณปีศาจออกจากร่างตนได้(@NameIsNovel)หรือไม่ เพียงรู้ว่า(@NameIsNovel)หากปล่อยให้นางทำต่อไป อาจเกิดอันตรายที่(@NameIsNovel)คาดเดาไม่ได้(@NameIsNovel)ขึ้น
เซินลั่วพลันชูมือเรียกกระบี่ตัวอ่อนหยางบริสุทธิ์ กระบี่ลอยเข้าสู่ฝ่ามือในพริบตา ก่อนจะพุ่งทะยานตรงเข้าแทงไปยังหน้าผากของหลี่จู
ผิดกับคราวก่อนที่(@NameIsNovel)แทงเข้าสู่หัวใจโดยสิ้นเชิง สีหน้าหลี่จูพลันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้(@NameIsNovel)ชัด ร่างของนางสะบัดถอยหลังหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วว่องไว
จากนั้น แสงโลหิตทั่วร่างหลี่จูก็พลุ่งพล่านขึ้น ความเร็วในการดูดซับพลังจากร่างเซินลั่วก็ยิ่งทวีความรวดเร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน พลังปราณปีศาจของฉือโย่วหลายสายในร่างเซินลั่วพลันแยกตัวออกมา พุ่งพล่านไปทั่วร่างอย่างสับสนอลหม่าน ทำให้โลหิตปั่นป่วน ปราณเต๋าไหลเวียนผิดปกติ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกอึดอัดทรมานอย่างยิ่ง
พลังปราณปีศาจสายหนึ่งพุ่งตรงเข้าสู่สมอง ทะลวงเข้าสู่ทะเลจิตวิญญาณ
ในชั่วพริบตา การมองเห็นของเซินลั่วพลันถูกย้อมด้วยสีแดงฉานไปทั่ว ราวกับตนเองกำลังยืนอยู่บนภูเขา(@NameIsNovel)ซากศพและ(@NameIsNovel)ทะเลโลหิตอันกว้างใหญ่ เบื้องหน้าคือกำแพงเมืองฉางอันที่(@NameIsNovel)พังทลายลง และ(@NameIsNovel)สายเลือดที่(@NameIsNovel)ไหลนองรวมกันเป็น(@NameIsNovel)แม่น้ำโลหิต
ในเงาสะท้อนบนผืนน้ำโลหิตนั้น เซินลั่วไม่ได้(@NameIsNovel)เห็นตนเอง หากแต่กลับเห็นเงาร่างของฉือโย่ว
ทะเลจิตวิญญาณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลันได้(@NameIsNovel)สติกลับคืนมาในทันที
“ไม่ได้(@NameIsNovel)เด็ดขาด จะปล่อยให้ฉือโย่วมี(@NameIsNovel)โอกาสฟื้นคืนชีพแม้แต่น้อยไม่ได้(@NameIsNovel)” เซินลั่วคิดอย่างสิ้นหวัง
เซินลั่วชูมือปล่อยกระบี่ตัวอ่อนหยางบริสุทธิ์ออกไป จากนั้นใช้สองมือจับศีรษะหลี่จูเอาไว้ ออกแรงบิดให้นางหันกลับมา ก่อนจะกดหน้าผากของตนเองเข้ากับหน้าผากของนางอย่างแนบแน่น
ในชั่วพริบตาต่อมา กระบี่ตัวอ่อนหยางบริสุทธิ์ภายใต้การควบคุมของเซินลั่วก็พุ่งย้อนกลับมาด้วยความเร็วสูง แทงทะลวงเข้าใส่ศีรษะของทั้งคู่ที่(@NameIsNovel)แนบชิดกันอยู่ด้วยความดุดัน
หลี่จูพลันสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงกระบี่บินที่(@NameIsNovel)ใกล้เข้ามา นางพยายามใช้สองมือผลักเซินลั่วออกไป หวังจะแยกตัวออกจากเขา(@NameIsNovel)
แต่เซินลั่วกลับกดศีรษะนางไว้อย่างมั่นคง ไม่ยอมให้ขยับเขยื้อนได้(@NameIsNovel)แม้แต่น้อย
ทันใดนั้น หลี่จูก็ระเบิดโทสะร้ายกาจออกมา สองมือของนางฉีกกระชากแขนเซินลั่ว พลังปราณทั่วร่างพลันพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับออกแรงดึงลงอย่างกะทันหัน
“แคว่ก แคว่ก...”
เสียงฉีกขาดแผ่วเบาดังขึ้นสองครั้ง กล้ามเนื้อแขนของเซินลั่วพลันถูกฉีกขาด เลือดสดสาดกระเซ็น
เซินลั่วกัดฟันแน่น โคจรปราณเต๋าไปที่(@NameIsNovel)แขนทั้งสองข้าง ยืนหยัดอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมคลายมือออก
ในที่(@NameIsNovel)สุด กระบี่ตัวอ่อนหยางบริสุทธิ์ก็พุ่งมาถึง แทงเข้าที่(@NameIsNovel)ด้านหลังศีรษะของหลี่จูอย่างจัง
ณ จุดที่(@NameIsNovel)คมกระบี่ตกกระทบ โลหิตสาดกระเซ็น เกิดเป็น(@NameIsNovel)รูเลือดด้านหลังศีรษะของหลี่จู กระบี่ตัวอ่อนหยางบริสุทธิ์ที่(@NameIsNovel)ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน ได้(@NameIsNovel)ทะลวงผ่านทะเลจิตวิญญาณของนางออกมาจากหน้าผาก
โดยมี(@NameIsNovel)ปลายกระบี่ครึ่งหนึ่งฝังลึกเข้าไปในหน้าผากของเซินลั่วเอง
ในช่วงเวลาคับขัน ในที่(@NameIsNovel)สุดก็มี(@NameIsNovel)ร่างหนึ่งรุดมาถึง คว้าจับกระบี่ตัวอ่อนหยางบริสุทธิ์ไว้จากด้านหลังหลี่จู
โลหิตไหลซึมจากหน้าผากของเซินลั่ว ขณะที่(@NameIsNovel)ร่างของเขา(@NameIsNovel)ค่อยๆ เอนไปด้านหลัง ปลายกระบี่ตัวอ่อนหยางบริสุทธิ์ก็ค่อยๆ ถอยออกจากกระดูกหน้าผากของเซินลั่ว
ดวงตาของเซินลั่วพร่ามัวไปด้วยโลหิต แต่ก็ยังมองเห็นผู้ที่(@NameIsNovel)ยืนอยู่ตรงหน้าผ่านม่านโลหิตนั้นได้(@NameIsNovel) เมื่อเห็นว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ฝูตงไหล เขา(@NameIsNovel)ก็ฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบากและ(@NameIsNovel)เอ่ยคำขอบคุณ
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ เหตุใดจึงคิดจะทำลายล้างกันไปข้างหนึ่ง” ฝูตงไหลขมวดคิ้วลึก กล่าวตำหนิ
เซินลั่วเพียงส่ายหน้า มิได้(@NameIsNovel)อธิบายสิ่งใด เดินโซเซถอยหลังไปสองสามก้าว ก่อนจะล้มลงกับพื้น
ฝูตงไหลบังเกิดความสงสารจับใจ ก้าวเข้าไปป้อนโอสถทิพย์ให้เซินลั่วเม็ดหนึ่ง จากนั้นจึงพยุงเขา(@NameIsNovel)ขึ้นและ(@NameIsNovel)ช่วยจัดให้นั่งขัดสมาธิ
หลังจากผ่านไปชั่วครู่ใหญ่ เซินลั่วก็ค่อยๆ สงบลงได้(@NameIsNovel)บ้าง เริ่มโคจรเคล็ดวิชาผนึกสวรรค์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บด้วยตนเอง
หลังจากนั้นเนิ่นนาน
นอกดินแดนลับ บนลานกว้าง กระจกส่องโลกที่(@NameIsNovel)ลอยอยู่กลางนภาก็ค่อยๆ ลดระดับลงมา
ลวดลายกระบวนท่าที่(@NameIsNovel)สลักไว้บนเวทีประลองยุทธ์พลันสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นอีกครั้ง ลำแสงสายหนึ่งพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า
ท่ามกลางแสงเจิดจ้า ผู้ที่(@NameIsNovel)ผ่านการทดสอบต่างก็ปรากฏตัวขึ้นทีละคน แต่ละคนเต็มไปด้วยบาดแผล ดูอิดโรยและ(@NameIsNovel)มอซออย่างยิ่ง
เซินลั่วถือเข็มทิศปรากฏตัวขึ้นกลางลำแสง ขณะที่(@NameIsNovel)ฝูตงไหลและ(@NameIsNovel)ผู้ติดตามของเขา(@NameIsNovel)อยู่ไม่ไกลนัก
ครู่ต่อมา ลำแสงค่อยๆ หดเล็กลงจนกระทั่งรอยแสงทั้งหมดเลือนหายไป เสียงโห่ร้องอันกระตือรือร้นก็ดังกึกก้องไปทั่วลานกว้าง
ใบหน้าของเซินลั่วซีดขาวราวกับคนป่วยหนักที่(@NameIsNovel)ยังไม่ฟื้นคืน
เซินลั่วกวาดสายตามองเหล่าผู้เหลือรอดทีละคน ได้(@NameIsNovel)แก่ ฝูตงไหล เจ็ดสังหาร จีเหยา ฮวาหลัน ฮวงอี้ ชายหนุ่มเผ่ามาร และ(@NameIsNovel)หญิงสาวจากเผ่าเซียน
นี่คือผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดที่(@NameIsNovel)เหลือรอดชีวิตจากการทดสอบ ผลลัพธ์ที่(@NameIsNovel)ปรากฏช่างน่าสลดใจยิ่งนัก
“หลี่ฉางชิงเล่า” เซินลั่วสงสัย พลางมองไปทางฝูตงไหล
ฝูตงไหลพลันรู้สึกประหลาดใจเช่นกัน ก่อนหน้านี้เซินลั่วได้(@NameIsNovel)ส่งหลี่ฉางชิงออกจากหุบเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)หลีกเลี่ยงการต่อสู้ทั้งหมด ตามหลักเหตุผลแล้ว หลี่ฉางชิงน่าจะรอดชีวิตได้(@NameIsNovel)อย่างแน่นอน
ทว่า(@NameIsNovel)นั่นเป็น(@NameIsNovel)เพียง 'ตามหลักเหตุผล' เท่านั้น เมื่อคำนึงถึงภยันตรายและ(@NameIsNovel)การเปลี่ยนแปลงมากมายที่(@NameIsNovel)เกิดขึ้นในดินแดนลับ การที่(@NameIsNovel)หลี่ฉางชิงไม่ปรากฏตัวที่(@NameIsNovel)นี่ในสภาพที่(@NameIsNovel)ยังมี(@NameIsNovel)ชีวิตอยู่ คำตอบก็ประจักษ์แก่ใจแล้ว
ในขณะนั้น เฉิงเหย่าจินและ(@NameIsNovel)ผู้ติดตามท่านอื่นที่(@NameIsNovel)นั่งอยู่บนแท่นสูง ก็เหาะลงมายังเวทีประลองยุทธ์
“เจ้าหนู ทำได้(@NameIsNovel)ดีเยี่ยม!” เฉิงเหย่าจินเดินเข้าไปตบไหล่เซินลั่ว
เซินลั่วมิได้(@NameIsNovel)กล่าวสิ่งใด สีหน้ายังคงเคร่งขรึม
เฉิงเหย่าจินเองก็สัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงความผิดปกติบางอย่าง จึงส่งกระแสเสียงพูดคุยกับเซินลั่วสองสามประโยค หลังจากนั้น สีหน้าของเฉิงเหย่าจินก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
แต่ในเวลาไม่นาน เฉิงเหย่าจินก็หันไปหาฝูงชนด้วยรอยยิ้มและ(@NameIsNovel)ประกาศชัยชนะของเซินลั่ว
ทว่า(@NameIsNovel)หลังจากประกาศจบ แทนที่(@NameIsNovel)จะได้(@NameIsNovel)รับการโห่ร้องยินดีจากทั่วทั้งลานประลอง กลับมี(@NameIsNovel)เสียงเยาะเย้ยดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจากทั่วทุกสารทิศ
เหตุผลมิใช่เพราะไม่พอใจในความแข็งแกร่งของเซินลั่วในฐานะผู้ชนะ หากแต่เป็น(@NameIsNovel)ความไม่พอใจต่อการกระทำของเซินลั่วที่(@NameIsNovel)ร่วมมือกับฝูตงไหลเพื่อหยุดยั้งการสังหารระหว่า(@NameIsNovel)งการทดสอบ
ผู้คนมากมายในหมู่ผู้ชมได้(@NameIsNovel)วางเดิมพันทองคำจำนวนมหาศาลกับการต่อสู้เสี่ยงตาย โดยหวังว่า(@NameIsNovel)จะชนะและ(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)รับรางวัลมากมาย จึงเป็น(@NameIsNovel)ธรรมดาที่(@NameIsNovel)พวกเขา(@NameIsNovel)จะเต็มไปด้วยความไม่พอใจต่อคนทั้งสอง
เช่นเดียวกับในตอนเริ่มต้น การต่อสู้ระหว่า(@NameIsNovel)งเซินลั่วและ(@NameIsNovel)เจ็ดสังหารได้(@NameIsNovel)ทำให้หลายคนต้องหมดสิ้นทุกอย่าง
“หน้าไหว้หลังหลอก คนใจแคบ...”
“ไอ้สารเลวที่(@NameIsNovel)หวังสร้างชื่อเสียงจอมปลอม...”
“คนเช่นนี้สมควรเป็น(@NameIsNovel)ผู้ชนะแล้วหรือ”
เสียงด่าทอสาปแช่งดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งบริเวณ บรรยากาศในลานกว้างคุกรุ่นไปด้วยคลื่นแห่งความโกรธแค้น ผู้ที่(@NameIsNovel)ไม่รู้เรื่องราวอาจคิดว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วและ(@NameIsNovel)ฝูตงไหลได้(@NameIsNovel)ก่อกรรมทำเข็ญที่(@NameIsNovel)สวรรค์ยังมิอาจให้อภัยได้(@NameIsNovel)
สายตาของเซินลั่วกวาดมองไปทั่วทั้งสี่ทิศของลานกว้าง เห็นใบหน้าที่(@NameIsNovel)บิดเบี้ยวและ(@NameIsNovel)จิตสังหารของผู้คน ความรู้สึกรังเกียจก็ผุดขึ้นในใจ
“เงียบ!” เฉิงเหย่าจินขมวดคิ้วพร้อมกับตวาดเสียงดังกึกก้อง
เสียงของเฉิงเหย่าจินผสมด้วยปราณเต๋าเล็กน้อย แม้เสียงจะไม่ดังมาก แต่พลังข่มขวัญนั้นกลับมากเกินพอจะสะกดคนหมู่มากได้(@NameIsNovel)
ลานกว้างเงียบลงอย่างรวดเร็ว
“เซินลั่ว ในฐานะผู้ชนะงานประชุมประลองยุทธ์สามภพครั้งนี้ สำนักของเซินลั่วจะได้(@NameIsNovel)รับการสนับสนุนจากสำนักหลวงต้าถังเป็น(@NameIsNovel)เวลาหนึ่งร้อยปี
ทรัพยากรทั้งหมดจะได้(@NameIsNovel)รับการอนุมัติและ(@NameIsNovel)จัดหาโดยสำนักหลวงต้าถัง” เฉิงเหย่าจินกล่าวโดยไม่สนใจฝูงชนที่(@NameIsNovel)ส่งเสียงต่อต้าน และ(@NameIsNovel)ประกาศออกไปเสียงดังฟังชัด
หลังจากพูดจบ หญิงสาวเผ่าเซียนซึ่งใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าแพรบางเบาก็เดินออกมาข้างหน้า โบกมือคราหนึ่ง จานกระบวนท่าสีเขียวที่(@NameIsNovel)ทำจากวัสดุไม่ทราบชนิดก็ลอยขึ้นสู่กลางอากาศ
--------------------