หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,094
ตอนที่ 1,094 : ยามสงบ เตรียมพร้อมรับภัย
ตอนที่ 1094
เซินลั่วมาถึงถ้ำพำนักบนภูเขา(@NameIsNovel)ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ค่ายกลและ(@NameIsNovel)กับดักนานาที่(@NameIsNovel)วางไว้ก่อนจากไปก็ยังสมบูรณ์ดี ไม่มี(@NameIsNovel)ร่องรอยการถูกแตะต้องแม้แต่น้อย ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะพักผ่อนในถ้ำครู่หนึ่งแล้วจึงลุกขึ้นยืน
ยังมี(@NameIsNovel)เรื่องอีกมากที่(@NameIsNovel)ต้องทำ เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาพักผ่อน
เซินลั่วสะบัดมือ หยิบกระดาษยันต์สีเหลืองแผ่นหนึ่งออกมา มันคือยันต์มุดดิน ครั้นกระตุ้นใช้งาน ร่างของเขา(@NameIsNovel)ก็พลันดำดิ่งลงไปใต้ผืนดินทันที
เขา(@NameIsNovel)ดำดิ่งลงไปหลายร้อยจั้งจึงหยุดลง จากนั้นก็จัดตั้งค่ายกลรวบรวมพลังปราณฟ้าดินใต้ดิน แล้วนำกระจกจันทรากุ้ยฮวาทิพย์ออกมาวางไว้ใจกลางค่ายกล
ภายใต้อิทธิพลของค่ายกลรวบรวมพลังปราณฟ้าดิน กระจกจันทรากุ้ยฮวาทิพย์ก็เปล่งแสงทิพย์สีขาวออกมาเป็น(@NameIsNovel)วงๆ แทรกซึมเข้าไปในดินและ(@NameIsNovel)ห้วงอากาศ
ต้นไม้ที่(@NameIsNovel)ด้านหลังกระจกส่องสว่า(@NameIsNovel)งด้วยแสงทิพย์เจิดจ้า รากของมันพลันพุ่งออกมาจากกระจก หยั่งลึกลงไปในปฐพี
พลังปราณฟ้าดินในรัศมี(@NameIsNovel)ร้อยลี้เริ่มไหลเวียนอย่างช้าๆ มุ่งตรงมายังสำนักชุนชิว
เมื่อสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงการไหลเวียนของพลังปราณฟ้าดินรอบกาย เซินลั่วก็พยักหน้าเงียบๆ พลางร่ายอาคมด้วยนิ้วมือเพื่อกระตุ้นกระจก แสงที่(@NameIsNovel)เปล่งออกมาจากกระจกจันทรากุ้ยฮวาทิพย์ก็ยิ่งสว่า(@NameIsNovel)งจ้าขึ้นเรื่อยๆ
เส้นสายพลังปราณที่(@NameIsNovel)ละเอียดอ่อนบางส่วนใต้ภูเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวาได้(@NameIsNovel)รับอิทธิพลจากกระจกจันทรากุ้ยฮวาทิพย์ เริ่มเคลื่อนตัวเข้าหามันอย่างช้าๆ
ครั้นเห็นดังนั้น เซินลั่วก็หยุดกระตุ้นกระจกจันทรากุ้ยฮวาทิพย์ แล้วใช้ยันต์มุดดินเคลื่อนที่(@NameIsNovel)ไปทั่วใต้ภูเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวา เพื่อเปิดทางให้เส้นสายพลังปราณในที่(@NameIsNovel)ต่างๆ สามารถดึงเอาความสามารถของกระจกจันทรากุ้ยฮวาทิพย์ออกมาใช้ได้(@NameIsNovel)ดียิ่งขึ้น
หนึ่งวันหนึ่งคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว รัศมี(@NameIsNovel)แสงขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นรอบๆ กระจกจันทรากุ้ยฮวาทิพย์ ดูคล้ายกับตาน้ำทิพย์ พลังปราณฟ้าดินจากห้วงอากาศมารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลังปราณฟ้าดินทั่วทั้งภูเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวาเริ่มเข้มข้นและ(@NameIsNovel)หนาแน่นขึ้น
“กลายเป็น(@NameIsNovel)ตาน้ำทิพย์แล้วจริงๆ กระจกจันทรากุ้ยฮวาทิพย์นี่ช่างมหัศจรรย์นัก!” แม้จะเหนื่อยล้าจากการลงแรงมาตลอดวันตลอดคืน แต่ใบหน้าของเซินลั่วกลับเต็มไปด้วยความยินดีมากกว่า(@NameIsNovel)ความอ่อนล้า
ภายในสำนักชุนชิว ฉินหมิงและ(@NameIsNovel)หลินหู่กำลังวุ่นอยู่กับการปรับปรุงโครงสร้างและ(@NameIsNovel)วางค่ายกลในสถานที่(@NameIsNovel)สำคัญ แต่ไม่นานก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของพลังปราณฟ้าดินรอบกาย
“เกิดอะไรขึ้น? หรือว่า(@NameIsNovel)จะเป็น(@NameIsNovel)ฝีมือของศิษย์น้องเซิน?” ฉินหมิงเอ่ยขึ้นพลางหันมองไปยังภูเขา(@NameIsNovel)ด้านหลัง
“ข้าได้(@NameIsNovel)ยินจากท่านอาวุโสหลิน ว่า(@NameIsNovel)ท่านอาวุโสเซินได้(@NameIsNovel)รับกระจกจันทรากุ้ยฮวาทิพย์มาจากงานประชุมประลองยุทธ์สามภพ กระจกนี้ส่งผลในการรวบรวมพลังปราณฟ้าดิน คงจะเป็น(@NameIsNovel)กระจกบานนี้ที่(@NameIsNovel)กำลังแสดงอิทธิฤทธิ์อยู่” หลินหู่กล่าว
“เป็น(@NameIsNovel)เช่นนี้นี่เอง” ฉินหมิงกระจ่างใจ รู้สึกซาบซึ้งในตัวเซินลั่วมากยิ่งขึ้น
พลังปราณฟ้าดินที่(@NameIsNovel)หนาแน่นเช่นนี้มี(@NameIsNovel)ประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเข้าถึงเต๋า ประกอบกับวัตถุดิบบำเพ็ญเพียรที่(@NameIsNovel)เซินลั่วมอบให้ ศิษย์ของสำนักทั้งสองคงจะสามารถลองทะลวงระดับได้(@NameIsNovel)ในไม่ช้า
ใต้ภูเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวา หลังจากที่(@NameIsNovel)ตาน้ำทิพย์ซึ่งก่อตัวจากกระจกจันทรากุ้ยฮวาทิพย์เริ่มเป็น(@NameIsNovel)รูปเป็น(@NameIsNovel)ร่างแล้ว เซินลั่วก็ไม่ได้(@NameIsNovel)จากไปทันที เขา(@NameIsNovel)ยังคงเฝ้าอยู่ใกล้ๆ เพื่อดูแลการทำงานของตาน้ำทิพย์ต่อไป
หลังจากผ่านไปเจ็ดวันเจ็ดคืน ตาน้ำทิพย์ก็เสถียรอย่างสมบูรณ์ เซินลั่วจึงวางใจได้(@NameIsNovel)ในที่(@NameIsNovel)สุด
ด้วยการบำรุงจากตาน้ำทิพย์นี้ พลังปราณฟ้าดินในบริเวณภูเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวาแห่งนี้ควรจะเพิ่มขึ้นได้(@NameIsNovel)หลายระดับ ซึ่งจะเป็น(@NameIsNovel)ประโยชน์อย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูสำนักชุนชิว ค่ายกลแผ่ขยายออกไป ครอบคลุมภูเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวาทั้งลูกเอาไว้
ค่ายกลนี้ต้องใช้เวลาให้เส้นสายพลังปราณบำรุงเลี้ยงเป็น(@NameIsNovel)เวลานาน จึงจะค่อยๆ แสดงอานุภาพออกมาได้(@NameIsNovel) ในตอนนี้จึงยังไม่มี(@NameIsNovel)ความเคลื่อนไหวมากนัก
หลังจากทำเรื่องเหล่านี้เสร็จสิ้น เซินลั่วก็กลับไปยังถ้ำพำนักด้วยความเหนื่อยล้าอย่างที่(@NameIsNovel)สุด
เมื่อได้(@NameIsNovel)นอนหลับสนิทไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ตื่นขึ้นมาในครานี้ก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเต็มที่(@NameIsNovel)
เซินลั่วกลับมานั่งขัดสมาธิในห้องลับ เริ่มพิจารณาถึงแผนการต่อไปของตน
แม้ว่า(@NameIsNovel)ตอนนี้ใต้หล้าจะดูสงบสุข ภัยพิบัติจากอสูรก็ถูกกำจัดไปแล้ว ยุคแห่งความรุ่งเรืองได้(@NameIsNovel)เริ่มต้นขึ้น แต่หลังจากผ่านงานประชุมประลองยุทธ์สามภพมา เซินลั่วกลับรู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึกๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
ความเกลียดชังและ(@NameIsNovel)การต่อสู้ในดินแดนลับ เล่ห์เหลี่ยมกลโกงระหว่า(@NameIsNovel)งขุมกำลังต่างๆ โดยเฉพาะในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ลูกแก้วอสูรที่(@NameIsNovel)แผ่กลิ่นอายของฉือโย่วออกมา...
ถึงกระนั้น มี(@NameIsNovel)เพียงการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งและ(@NameIsNovel)ระดับการบำเพ็ญของตนเองอย่างต่อเนื่องเท่านั้น จึงจะสามารถถอยกลับได้(@NameIsNovel)อย่างปลอดภัยเมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤติต่างๆ และ(@NameIsNovel)อยู่รอดได้(@NameIsNovel)ท่ามกลางภยันตราย ตอนนี้จึงเป็น(@NameIsNovel)โอกาสที่(@NameIsNovel)ดีที่(@NameIsNovel)สุดสำหรับการบำเพ็ญเพียร
สิ่งที่(@NameIsNovel)สำคัญที่(@NameIsNovel)สุดย่อมเป็น(@NameIsNovel)การฝึกฝนเคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นามอย่างเข้มข้นต่อไปและ(@NameIsNovel)ยกระดับของตนเอง แต่ทักษะอย่างเพลงกระบองพิรุณโกลาหลและ(@NameIsNovel)วิชากระบี่หยางบริสุทธิ์ก็ละเลยไม่ได้(@NameIsNovel) โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชากระบี่หยางบริสุทธิ์
พลิกฝ่ามือหยิบยันต์หยกสีแดงเลือดนกแผ่นหนึ่งออกมา มันคือคัมภีร์หยางบริสุทธิ์ฉบับสมบูรณ์ที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)มาจากเฉินซือหยวน ซึ่งบันทึกกระบวนท่ากระบี่หยางบริสุทธิ์ครบทั้งเก้ากระบวนท่า
จิตเทวะของเซินลั่วแทรกซึมเข้าไปในยันต์หยก ตรวจสอบกระบวนกระบี่ทั้งเก้าอย่างละเอียด ยิ่งพินิจก็ยิ่งลุ่มหลง
กระบี่เผาไหม้หยางบริสุทธิ์เป็น(@NameIsNovel)เพียงกระบวนท่าแรก แต่พลังของมันก็น่าทึ่งแล้ว กระบวนท่าต่อๆ ไปยิ่งทรงพลังกว่า(@NameIsNovel)เดิม กระบวนกระบี่หยางบริสุทธิ์ชุดนี้ไม่ด้อยไปกว่า(@NameIsNovel)เพลงกระบองพิรุณโกลาหลอย่างแน่นอน
พลิกฝ่ามือหยิบกระบี่ตัวอ่อนหยางบริสุทธิ์ออกมา พลางโคจรวิชากระบี่หยางบริสุทธิ์ ทันใดนั้นแสงสีแดงเลือดนกเจิดจ้าก็พุ่งออกมาจากตัวกระบี่ อาบย้อมห้องลับทั้งห้องให้กลายเป็น(@NameIsNovel)สีแดง
เซินลั่วพึมพำคาถา สองมือร่ายอาคมไม่หยุด แสงสีแดงจากกระบี่ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
“กระบี่แยกเงาหยางบริสุทธิ์!” ครั้นหยุดร่ายอาคมแล้ว จึงชี้ไปยังกระบี่ตัวอ่อนในอากาศ
แสงสีแดงจากกระบี่ตัวอ่อนหยางบริสุทธิ์สว่า(@NameIsNovel)งวาบ พลันแยกออกเป็น(@NameIsNovel)กระบี่ตัวอ่อนสีแดงเลือดนกสองเล่มที่(@NameIsNovel)เหมือนกันทุกประการ พลังที่(@NameIsNovel)แผ่ออกมาก็ไม่แตกต่างกัน
เงากระบี่ทั้งสองสายวนเวียนรอบกายเซินลั่ว โคจรพันกันไปมา เสียงกระบี่หวีดหวิวดังเสียดแก้วหู ทำให้อากาศภายในห้องลับสั่นสะเทือนไปด้วย
นี่คือกระบวนท่าที่(@NameIsNovel)สองของวิชากระบี่หยางบริสุทธิ์ กระบี่แยกเงาหยางบริสุทธิ์ ตามชื่อของมัน สามารถแยกร่างเงากระบี่บินออกมาได้(@NameIsNovel)หลายสาย
ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น เงากระบี่ที่(@NameIsNovel)สร้างจากกระบี่แยกเงาหยางบริสุทธิ์นั้นแตกต่างจากเงากระบี่ทั่วไป เพราะมี(@NameIsNovel)พลังเทียบเท่ากับกระบี่ต้นแบบเกือบทุกประการ
ยิ่งฝึกฝนกระบวนท่านี้ล้ำลึกเท่าใด ก็ยิ่งแยกร่างเงากระบี่ได้(@NameIsNovel)มากขึ้น และ(@NameIsNovel)พลังของพวกมันก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น เงาสองสายหมายถึงพลังสองเท่า สามสายก็คือพลังสามเท่า
ตามที่(@NameIsNovel)บันทึกไว้ในคัมภีร์หยางบริสุทธิ์ จำนวนเงากระบี่ที่(@NameIsNovel)กระบี่แยกเงาหยางบริสุทธิ์สามารถสร้างขึ้นได้(@NameIsNovel)นั้นไม่มี(@NameIsNovel)ขีดจำกัด ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของผู้ฝึกฝนล้วนๆ
เซินลั่วโคจรวิชากระบี่ต่อไป พยายามแยกร่างเงากระบี่สายที่(@NameIsNovel)สาม
กระบี่ตัวอ่อนหยางบริสุทธิ์สั่นครางเบาๆ แสงสีแดงเลือดนกริบหรี่ราวกับกำลังจะแยกตัวออกอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)ท้ายที่(@NameIsNovel)สุดก็ไม่สำเร็จ
“แม้ว่า(@NameIsNovel)กระบวนกระบี่ชุดนี้จะทรงพลัง แต่การฝึกฝนก็ยากยิ่งนัก ตอนนี้ข้าไม่สามารถเข้าสู่ห้วงฝันเพื่อสะสมประสบการณ์ได้(@NameIsNovel)อีกแล้ว
ด้วยพรสวรรค์ในปัจจุบัน การจะบรรลุเก้ากระบวนท่าหยางบริสุทธิ์ให้สมบูรณ์คงไม่ใช่เรื่องที่(@NameIsNovel)จะทำได้(@NameIsNovel)ในชั่วข้ามคืน” เซินลั่วไม่ฝืนทำต่อ
พลิกฝ่ามือเก็บกระบี่ตัวอ่อนหยางบริสุทธิ์เข้าไปบ่มเพาะในตันเถียนดังเดิม ส่วนคัมภีร์หยางบริสุทธิ์ก็เก็บไว้ในแหวนหลินหลาง
ทันใดนั้น คิ้วของเซินลั่วก็กระตุกขึ้น ในแหวนหลินหลาง ข้างๆ คัมภีร์หยางบริสุทธิ์มี(@NameIsNovel)เกราะสีดำชุดหนึ่งวางอยู่อย่างเงียบๆ นั่นคือ ‘เกราะหมึกอสูร’ รางวัลที่(@NameIsNovel)เผ่าปีศาจมอบให้
หลายวันที่(@NameIsNovel)ผ่านมาเซินลั่วมัวแต่วุ่นอยู่กับเรื่องอื่น จึงยังไม่ได้(@NameIsNovel)ตรวจสอบเกราะหมึกอสูรอย่างละเอียด
เมื่อนำเกราะออกมา เซินลั่วสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงความเย็นเยียบ เกราะชุดนี้ไม่ใช่แบบแข็งทื่ออย่างที่(@NameIsNovel)เคยเห็น แต่ค่อนข้างอ่อนนุ่มและ(@NameIsNovel)ลื่นมืออย่างยิ่ง
ทดลองใช้นิ้วดีดดู ส่งปราณกระบี่สีแดงสายหนึ่งฟาดใส่เกราะหมึกอสูร แสงสีดำสายหนึ่งพาดผ่านเกราะ ปราณกระบี่สีแดงก็ไถลผ่านไปอย่างง่ายดายราวกับหยดน้ำบนใบบัว
“เกราะหมึกอสูรนี่ดูคล้ายกับเกราะอสูรดำที่(@NameIsNovel)ข้าเคยได้(@NameIsNovel)มาจากภูเขา(@NameIsNovel)ผู่ถัวอยู่บ้าง” เซินลั่วพึมพำพลางหยิบเกราะอสูรดำออกมา
หลายปีมานี้ เกราะอสูรดำชุดนี้ได้(@NameIsNovel)รับการบ่มเพาะด้วยพลังปราณปีศาจในไข่มุกภูตผี ทำให้รอยร้าวหลายแห่งลดลง ดูท่าอีกไม่นานรอยร้าวทั้งหมดคงจะหายไป
ทว่า(@NameIsNovel)รอยร้าวเหล่านั้นเป็น(@NameIsNovel)เพียงความเสียหายภายนอกของเกราะอสูรดำ ความเสียหายที่(@NameIsNovel)แท้จริงอยู่ลึกลงไป การจะฟื้นฟูให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมไม่ใช่เรื่องง่าย
พลันในยามนั้น เมื่อเกราะทั้งสองชุดวางอยู่เคียงกัน ก็เกิดแสงสีดำสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องแหลมคมออกมา ดุจเสียงร้องของภูตผีในยามค่ำคืนหรือเสียงร่ำไห้ของทารก ทำให้หนังศีรษะของเซินลั่วรู้สึกชาวาบ
--------------------