หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,109
ตอนที่ 1,109 : กระจกสมบัติฟ้าดิน
ตอนที่ 1109
“สหายเจียอิ่น ท่านทำเช่นนี้หมายความว่า(@NameIsNovel)อย่างไร” ชายชุดเขียวสีหน้าพลันแปรเปลี่ยน ก่อนจะหันขวับกลับมาเอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนก
ผู้บำเพ็ญเพียรท่านอื่นในโถงก็มี(@NameIsNovel)สีหน้าแปรเปลี่ยนเช่นกัน ต่างพากันลุกขึ้นยืน
“สหายเต๋าทั้งหลายโปรดอย่าเข้าใจผิด สำนักเรามิมี(@NameIsNovel)เจตนาร้ายต่อทุกท่าน ขอทุกท่านโปรดรออยู่ที่(@NameIsNovel)นี่อีกชั่วครู่เถิด” เจียอิ่นลุกขึ้นประสานมือพลางกล่าว
“สหายเจียอิ่นมี(@NameIsNovel)สิ่งใดก็โปรดเอ่ยมาตรง ๆ เถิด ไป๋ซีผู้นี้มิอาจทนให้ถูกกักขังด้วยการผนึกป้องกันเช่นนี้” ไป๋ซีกล่าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
เพราะเป็น(@NameIsNovel)ผู้นำหอการค้าแห่งทวีปซีหนิวเหอโจว มิเคยถูกกระทำเช่นนี้มาก่อน
ปรมาจารย์จันทราแดงและ(@NameIsNovel)บุรุษหนุ่มชุดเกราะทองก็มี(@NameIsNovel)สีหน้าคล้ายคลึงกัน
“สหายเต๋าไป๋ซีโปรดใจเย็น ที่(@NameIsNovel)ข้าขอให้ทุกท่านอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่ก่อนก็เพราะเรามิมี(@NameIsNovel)ทางเลือก กล่าวตามตรง เมื่อคืนที่(@NameIsNovel)ผ่านมา ผลไม้วิญญาณระดับเซียนหลายผลภายในสวนผลไม้ส่วนในของสำนักเราถูกขโมยไป
สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง แม้กระทั่งสมบัติล้ำค่าของสำนักอย่างผลโสม ก็ยังถูกหัวขโมยเด็ดไปถึงสามผล!” เจียอิ่นถอนหายใจอย่างหนักหน่วงพลางเอ่ย
“ผลโสมถูกขโมยไปรึ! เหตุการณ์เช่นนี้บังเกิดขึ้นจริงรึ!” สีหน้าของไป๋ซีพลันแปรเปลี่ยนกะทันหัน
ผู้บำเพ็ญเพียรท่านอื่นล้วนตกตะลึงพรึงเพริดอย่างยิ่ง
ชื่อเสียงของผลโสมนั้นโด่งดังไปทั่วสามภพ อาจกล่าวได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)อันดับหนึ่งในบรรดาผลไม้เซียน ซึ่งจะให้ผลเพียงทุกหมื่นปี ทว่า(@NameIsNovel)ยามนี้กลับถูกหัวขโมยเด็ดไปถึงสามผล!
ดวงตาของเซินลั่วเองก็ฉายแววตกตะลึง ทว่า(@NameIsNovel)ก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่งได้(@NameIsNovel)อย่างรวดเร็ว
ไม่น่าแปลกใจเลยที่(@NameIsNovel)ยามเช้า หมิงเยว่เข้ามาหาด้วยท่าทีแปลกประหลาด พลางแอบสอบถามถึงกิจวัตรยามราตรีของเซินลั่ว อันล้วนเพื่อตามหาเบาะแสโดยแท้
“เมื่อคืนงั้นรึ!” เซินลั่วพลันรู้สึกใจหายวาบขึ้นมา พลางเหลือบมองอ้าวหงซึ่งอยู่ข้างกายอย่างแนบเนียน
จุดประสงค์ที่(@NameIsNovel)อ้าวหงมายังสำนักอู๋จวงก็เพื่อผลโสม ทั้งยังยืมไข่มุกหมื่นพิษและ(@NameIsNovel)กระบี่หักสังหารปีศาจไปเมื่อคืนที่(@NameIsNovel)ผ่านมา หรือว่า(@NameIsNovel)บุรุษผู้นี้จะเป็น(@NameIsNovel)หัวขโมย
ทว่า(@NameIsNovel)บนใบหน้าของอ้าวหงกลับปรากฏแววประหลาดใจเช่นกัน ซึ่งดูไม่เหมือนการเสแสร้งแกล้งทำ
เซินลั่วแอบโคจรเนตรพิศวงเสวียนอิน ทว่า(@NameIsNovel)ก็มิพบพิรุธแม้แต่น้อย สีหน้าที่(@NameIsNovel)อ้าวหงแสดงออกนั้นเป็น(@NameIsNovel)ของจริงอย่างสิ้นเชิง
“คงมิใช่ฝีมือของเขา(@NameIsNovel)” เซินลั่วรำพึงในใจ
เนตรพิศวงเสวียนอินของเซินลั่วฝึกฝนจนสมบูรณ์แบบมานานหลายปี ความสามารถในการสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ บรรลุถึงระดับที่(@NameIsNovel)คนธรรมดามิอาจจินตนาการได้(@NameIsNovel)
แม้เรื่องอื่นจะมิกล้ารับประกัน ทว่า(@NameIsNovel)หากเป็น(@NameIsNovel)การอ่านใจผู้คนแล้วไซร้ ย่อมไม่มี(@NameIsNovel)การเสแสร้งใดจะหลอกลวงเขา(@NameIsNovel)ผู้นั้นได้(@NameIsNovel)
“ต้นผลโสมนั้นล้อมรอบไปด้วยการผนึกป้องกันของสำนักเรา ซึ่งจะแจ้งเตือนทันทีเมื่อรับรู้ถึงการสัมผัสแม้เพียงเล็กน้อย เมื่อยามราตรีตรวจพบผู้บุกรุก ข้าจึงเร่งเปิดใช้ค่ายกลพิทักษ์ของสำนักอู๋จวงทันที
หัวขโมยผู้นั้นยังคงกบดานอยู่ในสำนักเรา ที่(@NameIsNovel)เชิญสหายเต๋าทุกท่านให้อยู่ที่(@NameIsNovel)นี่ ก็เพื่อต้องการระบุตัวหัวขโมยผู้นั้น หวังว่า(@NameIsNovel)ทุกท่านจะเข้าใจ” เจียอิ่นกล่าวต่อ
เมื่อเข้าใจสถานการณ์ที่(@NameIsNovel)เกิดขึ้น ผู้บำเพ็ญเพียรต่างมองสำรวจไปรอบกาย สีหน้าของพวกเขา(@NameIsNovel)ล้วนฉายแววระแวดระวังเล็กน้อย
“ในเมื่อมี(@NameIsNovel)เหตุผลเช่นนี้ พวกเราก็มิใช่ผู้ไร้เหตุผล ไม่จำเป็น(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)ท่านเจียอิ่นจะต้องตรวจสอบอย่างลับ ๆ มี(@NameIsNovel)วิธีใดก็โปรดกระทำโดยตรงเถิด
เพื่อที่(@NameIsNovel)เราจะได้(@NameIsNovel)ระบุตัวหัวขโมยผู้นั้นได้(@NameIsNovel)อย่างรวดเร็ว และ(@NameIsNovel)พ้นจากข้อสงสัยไปเสียที” ไป๋ซีกล่าว เห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)ไป๋ซีสังเกตเห็นความผันผวนของการตรวจสอบก่อนหน้านี้แล้ว
ผู้บำเพ็ญเพียรท่านอื่นก็เห็นด้วย ต่างพยักหน้าแสดงความยินยอม
“ขอบคุณทุกท่านสำหรับความเข้าใจ” เจียอิ่นกล่าวอย่างยินดีพลางลุกขึ้นยืนประสานมือคำนับ
จากนั้น พลิกฝ่ามือคราหนึ่ง แสงสีทองก็พลันวาบขึ้นในอุ้งมือ เผยให้เห็นกล่องสี่เหลี่ยมสีทองสัมฤทธิ์ซึ่งมี(@NameIsNovel)ช่องหน้าต่างอยู่ด้านบน ปิดสนิททั้งซ้ายขวา แต่ละด้านสลักอักษรคำว่า(@NameIsNovel) ‘ฟ้า’ และ(@NameIsNovel) ‘ดิน’ ไว้
“นี่คือสมบัติสิ่งใดกัน” แม้จะอยู่ห่างไกลออกไป เซินลั่วก็สัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงไอพลังวิญญาณอันน่าทึ่งซึ่งบรรจุอยู่ภายในกล่องสี่เหลี่ยมนั้น พลางทอดสายตามองด้วยความสงสัย
ผู้บำเพ็ญเพียรท่านอื่นในโถงก็มี(@NameIsNovel)สีหน้างุนงง เห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)มิคุ้นเคยกับสมบัติชิ้นนี้เลย
“นี่คือกระจกสมบัติฟ้าดิน!” ดวงตาของอ้าวหงเบิกกว้างเล็กน้อยขณะอุทาน
“กระจกสมบัติฟ้าดินรึ มันคือสมบัติสิ่งใดกัน” เซินลั่วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ผู้บำเพ็ญเพียรท่านอื่นที่(@NameIsNovel)อยู่ใกล้เคียงเมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเสียงของอ้าวหงก็ต่างมองมาเช่นกัน
“มันคือสมบัติล้ำค่าอันสูงสุดในมือของท่านเจิ้นหยวน กล่าวกันว่า(@NameIsNovel)สามารถเชื่อมต่อกับฟ้าดินได้(@NameIsNovel) ตราบใดที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ปราณเต๋าเพียงพอ ย่อมสามารถสะท้อนภาพสถานที่(@NameIsNovel)ใดก็ได้(@NameIsNovel)ภายในสามภพ” อ้าวหงสงบสติอารมณ์ลง ก่อนจะค่อย ๆ อธิบาย
“มี(@NameIsNovel)สมบัติเช่นนี้ในโลกด้วยรึ!” เซินลั่วอุทานด้วยความประหลาดใจ
“สหายเต๋าอ้าวหง ในฐานะองค์ชายมังกรแห่งทะเลบูรพา ท่านมี(@NameIsNovel)ความรู้กว้างขวางยิ่งนัก กล่าวได้(@NameIsNovel)ถูกต้องยิ่งนัก
ทว่า(@NameIsNovel)กระจกสมบัติฟ้าดินของจริงนั้นอยู่กับเจ้าสำนักของเรา และ(@NameIsNovel)ชิ้นนี้เป็น(@NameIsNovel)เพียงของจำลอง มิอาจตรวจสอบทั่วทั้งสามภพได้(@NameIsNovel) แต่สามารถใช้เพื่อตรวจสอบบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น” เจียอิ่นมองตามเสียง ก่อนจะกล่าวพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ
“ถึงกระนั้นก็ยังนับว่า(@NameIsNovel)น่าทึ่งยิ่งนัก สหายเต๋าเจียอิ่น ท่านจะดำเนินการตรวจสอบเช่นไรหรือ ท่านจะใช้สมบัติชิ้นนี้สะท้อนภาพของพวกเราทีละคนเช่นนั้นรึ” อ้าวหงเอ่ยถาม
“แม้ว่า(@NameIsNovel)อาจจะล่วงเกินทุกท่านไปบ้าง ทว่า(@NameIsNovel)นี่เป็น(@NameIsNovel)วิธีเดียวที่(@NameIsNovel)เราทำได้(@NameIsNovel) ขอให้สหายเต๋าทุกท่านโปรดเข้าใจ” เจียอิ่นประสานมือคำนับพลางกวาดตามองไปรอบวงก่อนจะเอ่ย
ผู้บำเพ็ญเพียรในโถงถูกตรวจสอบไปแล้วคราหนึ่ง การตรวจสอบอีกครั้งจึงมิใช่เรื่องใหญ่โตอันใด ดังนั้นจึงมิมี(@NameIsNovel)ผู้ใดคัดค้าน
-------------------